เครื่องคิดเลขทั่วไป
เครื่องคำนวณซับเน็ต


เครื่องคำนวณซับเน็ต

เครื่องคำนวณซับเน็ต IP ฟรี! ช่วยแบ่งซับเน็ต คำนวณช่วง IP, Subnet Mask, Network ID และ CIDR สำหรับ IPv4 และ IPv6 ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

IP ย่อย
ที่อยู่ IP 94.204.187.191 สั้น 94.204.187.191 /30
ประเภท IP Public ID จำนวนเต็ม 1590475711
ที่อยู่เครือข่าย 94.204.187.188 Hex ID 0x5eccbbbf
ที่อยู่บรอดแคสต์ 94.204.187.191 in-addr.arpa 191.187.204.94.in-addr.arpa
จำนวนโฮสต์ทั้งหมด 4 ที่อยู่ที่ถูกแมปกับ IPv4 ::ffff:5ecc.bbbf
จำนวนโฮสต์ที่ใช้งานได้ 2 คำนำหน้า 6to4 2002:5ecc.bbbf::/48
หน้ากากย่อย 255.255.255.252 ชั้น IP C
หน้ากากที่ไม่จำเพาะ 0.0.0.3 บันทึก CIDR /30
ช่วง IP โฮสต์ที่ใช้งานได้ 94.204.187.189 - 94.204.187.190
ID ด้วยฐานสอง 01011110110011001011101110111111
หน้ากากย่อยฐานสอง 11111111.11111111.11111111.11111100
IP ย่อย
ที่อยู่ IP 2001:db8:85a3::8a2e:370:7334/64
ที่อยู่ IP แบบเต็ม 2001:0db8:85a3:0000:0000:8a2e:0370:7334
จำนวนที่อยู่ IP ทั้งหมด 18446744073709551616
จำนวนเครือข่าย /64 ทั้งหมด
เครือข่าย 2001:0db8:85a3:0000::
ช่วง IP 2001:0db8:85a3:0000:0000:0000:0000:0000 - 2001:0db8:85a3:0000:ffff:ffff:ffff:ffff

เกิดข้อผิดพลาดกับการคำนวณของคุณ

สารบัญ

  1. เคล็ดลับที่เป็นประโยชน์บางอย่าง
  2. ทำไมคุณจึงควรใช้เครื่องมือคำนวณ Subnet
  3. ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับ IP Subnet
  4. ซับเน็ต (Subnet) ทำงานอย่างไร
  5. ตัวอย่างการใช้งานเครื่องมือคำนวณจริง

เครื่องคำนวณซับเน็ต

เครื่องมือคำนวณ Subnet IP (IP Subnet Calculator) ช่วยให้คุณค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ Subnet สำหรับทั้งระบบ IPv4 และ IPv6 ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดของ Network Address, ช่วงของ IP โฮสต์ (Host Range) และ Subnet Mask

วิธีใช้งานเครื่องมือนั้นง่ายมาก หากคุณต้องการคำนวณ Subnet สำหรับ IPv4 เพียงเลือกคลาสเครือข่าย (Network Class) หรือเลือก 'Any' จากนั้นเลือก Subnet Mask ในรูปแบบ CIDR Notation กรอกหมายเลข IP Address แล้วกดปุ่ม "คำนวณ" สำหรับเครือข่าย IPv6 ให้เลือกความยาวของ Network Prefix กรอกหมายเลข IPv6 Address แล้วกดคำนวณเช่นเดียวกัน

เพียงแค่ป้อนข้อมูลพื้นฐานเหล่านี้ เครื่องมือก็จะแสดงข้อมูลที่สำคัญทั้งหมดเกี่ยวกับ Subnet จริง หรือ Subnet ที่เป็นไปได้ในเครือข่ายของคุณทันที

เคล็ดลับที่เป็นประโยชน์บางอย่าง

  • คุณสามารถใช้ IP Address ใดก็ได้ที่อยู่ในช่วง IP ของ Subnet นั้นๆ เครื่องมือจะแสดงรายละเอียดทั้งหมดที่ครอบคลุมช่วง IP นั้น ทำให้คุณไม่ต้องเสียเวลาค้นหาว่าแต่ละ Subnet เริ่มต้นและสิ้นสุดที่จุดใดเมื่อต้องการรวบรวมข้อมูล
  • หากต้องการคำนวณใหม่หลังจากได้รับผลลัพธ์แล้ว เครื่องมือคำนวณจะยังคงแสดงอยู่ในหน้าผลลัพธ์ (มักจะอยู่ด้านล่างของข้อมูลผลลัพธ์และรายการ Subnet ที่เป็นไปได้ทั้งหมด) คุณอาจต้องเลื่อนลงมาเพื่อใช้งาน โดยระบบจะจดจำค่าการคำนวณก่อนหน้าไว้ให้ เพื่อให้คุณปรับแก้ค่าต่างๆ ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว
  • หากคุณกำลังใช้โปรแกรมคำนวณ Subnet เพื่อออกแบบระบบเครือข่าย ควรพิจารณาถึงความต้องการในอนาคตอย่างรอบคอบ คุณอาจคิดว่า Subnet ขนาดเล็กเพียงพอสำหรับการใช้งานในตอนนี้ แต่ถ้าหากองค์กรเติบโตขึ้น การเปลี่ยนและกำหนด IP Address ให้กับโฮสต์แบบคงที่ (Static IP) ใหม่ทั้งหมดอาจสร้างความยุ่งยากตามมาได้

ทำไมคุณจึงควรใช้เครื่องมือคำนวณ Subnet

แม้ว่าเราจะสามารถคำนวณ Subnet ด้วยตนเองได้ แต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย กระบวนการนี้ต้องอาศัยการแปลง IP Address เป็นเลขฐานสอง (Binary) การนำไปคำนวณร่วมกับ Subnet Mask และแปลงกลับมาเป็นเลขฐานสิบ (Decimal) หรือเลขฐานสิบหก (Hexadecimal) การใช้โปรแกรมคำนวณ Subnet จะช่วยลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดในการคำนวณด้วยตนเอง (Human Error) ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาการตั้งค่า Subnet ทับซ้อนกัน (Overlapping) และทำให้การวิเคราะห์ปัญหาเครือข่ายในภายหลังทำได้ยาก

นอกจากนี้ แม้ว่าผู้ใช้เครื่องมือคำนวณ Subnet Mask ส่วนใหญ่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีหรือ Network Engineer ที่เข้าใจโครงสร้างเครือข่ายเป็นอย่างดี แต่เครื่องมือของเราถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้โดยกรอกแค่ข้อมูลพื้นฐาน สิ่งนี้ทำให้เครื่องมือสามารถเข้าถึงได้ง่ายสำหรับทุกคน รวมถึงผู้ที่อาจจำเป็นต้องดูแลระบบเครือข่ายเป็นครั้งคราว โดยไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง

ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับ IP Subnet

หนึ่งในเหตุผลหลักที่มีการพัฒนาการทำ Subnet (Subnetting) คือปัญหาการขาดแคลนหมายเลข IP Address ทั่วโลก โดยเฉพาะหมายเลข IPv4 แบบดั้งเดิมที่สามารถหมดลงได้อย่างรวดเร็วในองค์กรขนาดใหญ่ การแบ่ง Subnet ช่วยให้การจัดการ IP Address ในเครือข่ายมีประสิทธิภาพสูงสุด และลดจำนวน IP ที่ไม่ได้ถูกใช้งานให้เหลือน้อยที่สุด นอกจากนี้ การที่แต่ละ Subnet ทำงานแยกเป็นอิสระจากกันยังก่อให้เกิดประโยชน์ในด้านอื่นๆ อีกมากมาย

ข้อดีประการแรกคือประสิทธิภาพ (Performance) โดยปกติแล้ว อุปกรณ์ (Node) ใดๆ ในเครือข่ายสามารถมองเห็นปริมาณการรับส่งข้อมูล (Traffic) ทั้งหมดในเครือข่ายนั้น หากเครือข่ายมีขนาดใหญ่ขึ้น การรับส่งข้อมูลที่หนาแน่นจะส่งผลกระทบและสร้างภาระให้กับระบบเครือข่ายอย่างมาก การแบ่ง Subnet จึงเข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้

นอกจากนี้ยังช่วยปรับปรุงการรักษาความปลอดภัย (Security) โดยจำกัดการเข้าถึงของโหนดและผู้ใช้อยู่แค่ภายใน Subnet ของตนเองเท่านั้น ตัวอย่างเช่น พนักงานฝ่ายบริการลูกค้าจะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลของแผนกการเงินได้ และในทางกลับกัน ซึ่งช่วยปกป้องข้อมูลและรักษาความลับขององค์กรได้อย่างดีเยี่ยม

อีกทั้งยังเป็นประโยชน์อย่างมากต่อทีมงานไอที เพราะเมื่อเครือข่ายถูกแบ่งออกเป็น Subnet ย่อยๆ จะช่วยจำกัดขอบเขตของสาเหตุที่อาจทำให้เกิดปัญหา ทำให้การแก้ไขปัญหาเครือข่าย (Troubleshooting) ทำได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น

ซับเน็ต (Subnet) ทำงานอย่างไร

การทำ Subnet คือการแบ่งส่วนต่างๆ ของเครือข่ายออกเป็นเครือข่ายขนาดเล็ก โดยใช้สิ่งที่เรียกว่า Subnet Mask IP Address ประกอบด้วยสองส่วนหลัก ได้แก่ Network Prefix (ส่วนระบุเครือข่าย) และ Host ID (ส่วนระบุโหนดหรืออุปกรณ์เดี่ยว)

คุณสามารถระบุ Network Prefix ได้สองวิธี วิธีแรกคือการแบ่งคลาสเครือข่าย (Class A, B หรือ C) ซึ่งเป็นการจัดกลุ่มตัวเลข หรือ อ็อกเทต (Octet) เพื่อสร้าง Network Prefix วิธีการที่ใหม่กว่าและเป็นที่นิยมคือการใช้การกำหนดเส้นทางแบบ CIDR (Classless Inter-Domain Routing) ซึ่งจะแสดงด้วยเครื่องหมายสแลช (/) ตามด้วยตัวเลขต่อท้าย IP Address ตัวเลขนี้หมายถึงจำนวนบิต (Bits) ที่ใช้เป็น Network Prefix

ตัวอย่างของ CIDR: Google เป็นเจ้าของช่วง IP ตั้งแต่ 173.194.0.0 ถึง 173.194.255.255 ซึ่งอาจเขียนแทนด้วย 173.194.0.0/16 ตัวเลข 16 ระบุว่าเลขฐานสอง 16 บิตแรก (คือ 10101101.11000010 หรือ 173.194 ในเลขฐานสิบ) จะถูกใช้เป็น Network Prefix สำหรับ IPv6 Address ซึ่งมีความยาว 128 บิต จะใช้รูปแบบการเขียนแบบ CIDR เท่านั้น

Subnet Mask ก็ใช้รูปแบบการเขียนลักษณะเดียวกัน ดังนั้น Subnet Mask อย่าง 255.255.255.0/24 หมายความว่ากลุ่มตัวเลขสุดท้าย (หรืออ็อกเทตสุดท้าย) สามารถเป็นตัวเลขใดก็ได้ตั้งแต่ 0 ถึง 255 และหากเราใช้บิตเพิ่มอีกหนึ่งบิตใน Subnet Mask เป็น 255.255.255.128/25 ช่วงของเครือข่ายที่ใช้งานได้จะถูกแบ่งครึ่ง เหลือเพียง 0 ถึง 127 หรือ 128 ถึง 255

ด้วยการใช้ค่า Subnet Mask ร่วมกับ Host ID เราเตอร์ (Router) จะสามารถตรวจสอบและกำหนดได้ว่าโฮสต์นั้นๆ อยู่ในเครือข่ายใด และสามารถนำทางข้อมูล (Traffic) ไปยังเป้าหมายได้อย่างถูกต้อง

ตัวอย่างการใช้งานเครื่องมือคำนวณจริง

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าเครื่องมือคำนวณนี้ช่วยคุณได้อย่างไร ลองจินตนาการถึงธุรกิจขนาดเล็กที่มีพนักงานประมาณ 100 คน แบ่งการทำงานออกเป็น 4 แผนก และแต่ละแผนกต้องการเครือข่ายที่แยกจากกัน

วิธีแก้ปัญหาหนึ่งคือการใช้เครือข่ายคลาส C จำนวน 4 เครือข่ายแยกกัน ซึ่งจะทำให้เสีย IP Address ไปอย่างเปล่าประโยชน์มากกว่า 900 หมายเลข แต่เราสามารถใช้เครื่องมือคำนวณ Subnet เพื่อคำนวณหาวิธีที่คุ้มค่าที่สุดได้

ในตัวอย่างนี้ เราจะใช้ 192.168.0.0 เป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการคำนวณ เรารู้ว่าสัญกรณ์ CIDR แบบ /24 จะสร้างเครือข่ายที่รองรับได้ 256 หมายเลข หากเรายืมบิตเพิ่มอีก 2 บิตแล้วใช้ /26 เราจะสามารถจำกัดขนาดของเครือข่ายย่อยแต่ละวงให้เหลือเพียง 64 หมายเลข

ในเครื่องมือคำนวณช่วง IP (IP Range Calculator) ให้เลือก Subnet ที่ต้องการคำนวณ ในกรณีนี้คือ 255.255.255.192 /26 (เลข 26 คือส่วนสำคัญ) จากนั้นในกล่องป้อนที่อยู่ IP ให้พิมพ์ 192.168.0.0 แล้วกด "คำนวณ"

ผลลัพธ์จะแสดงขึ้นมาทันที โดยนำเสนอข้อมูลโดยละเอียดเกี่ยวกับเครือข่ายแรก และที่ด้านล่างของจอ จะแสดงรายละเอียดพื้นฐานเกี่ยวกับเครือข่ายทั้ง 4 เครือข่ายที่เป็นไปได้จากการใช้ Subnet Mask ค่านี้

หากต้องการดูรายละเอียดเพิ่มเติมแบบเจาะลึกสำหรับแต่ละ Subnet เพียงแค่นำ IP Address ในช่วงนั้นๆ ไปกรอกและกดคำนวณอีกครั้ง

สำหรับการใช้เครื่องมือคำนวณ IP กับ IPv6 นั้นง่ายยิ่งกว่าเดิม เพียงป้อนความยาวของคำนำหน้า (Prefix Length) และ IP Address ของ IPv6 โครงสร้างของ IPv6 ถูกออกแบบมาเพื่อเอาชนะข้อจำกัดหลายประการของ IPv4 โดยเฉพาะปัญหาเรื่องจำนวน IP Address ที่จำกัด เนื่องจาก IPv6 มีความยาวถึง 128 บิต เครือข่าย IPv6 จึงสามารถรองรับโหนดได้หลายพันล้านโหนดอย่างง่ายดาย แม้ว่าผู้ดูแลระบบเครือข่ายส่วนใหญ่จะต้องการแบ่งขนาดเครือข่ายให้จัดการได้ง่ายขึ้นก็ตาม

IPv6 ใช้ CIDR เพื่อระบุ Network Prefix และ Host ID เท่านั้น โดยไม่ใช้ Subnet Mask เพียงป้อนความยาว Prefix และ IP Address ลงในเครื่องมือคำนวณช่วง IP ตัวอย่างเช่น หากต้องการรับช่วงเครือข่ายที่รองรับโฮสต์ 256 รายการ ให้ใช้คำนำหน้าเป็น /120 เครื่องมือคำนวณจะประมวลผลและให้รายละเอียดของเครือข่าย รวมถึงช่วงของโฮสต์ทั้งหมดแก่คุณทันที