เครื่องคิดเลขทางการเงิน
เครื่องคำนวณสินเชื่อส่วนบุคคล


เครื่องคำนวณสินเชื่อส่วนบุคคล

คำนวณค่างวดสินเชื่อส่วนบุคคลฟรี! เช็คยอดผ่อนชำระรายเดือน ดอกเบี้ย และอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (APR) รวมค่าธรรมเนียมต่างๆ เพื่อวางแผนการเงินอย่างแม่นยำ

กู้ส่วนบุคคล

การชำระเงินรายเดือน: $207.58

การชำระเงินทั้งหมด 60 ครั้ง: $12,454.80

ดอกเบี้ยรวม: $2,455.07

วันชำระหนี้: Dec 2027

ดอกเบี้ย

เงินต้น

ยอดคงเหลือ

1 ปี

2 ปี

3 ปี

4 ปี

5 ปี

# ยอดเริ่มต้น ดอกเบี้ย เงินต้น ยอดสิ้นสุด
1 ธ.ค. 2023 $832.70 $1,658.26 $8,341.74
2 ธ.ค. 2024 $677.15 $1,813.81 $6,527.93
3 ธ.ค. 2025 $507.00 $1,983.96 $4,543.97
4 ธ.ค. 2026 $320.89 $2,170.07 $2,373.90
5 ธ.ค. 2027 $117.32 $2,373.64 $0.27
# ยอดเริ่มต้น ดอกเบี้ย เงินต้น ยอดสิ้นสุด
1 ม.ค. 2023 $75.00 $132.58 $9,867.42
2 ก.พ. 2023 $74.01 $133.57 $9,733.85
3 มี.ค. 2023 $73.00 $134.58 $9,599.27
4 เม.ย. 2023 $71.99 $135.59 $9,463.68
5 พ.ค. 2023 $70.98 $136.60 $9,327.08
6 มิ.ย. 2023 $69.95 $137.63 $9,189.45
7 ก.ค. 2023 $68.92 $138.66 $9,050.80
8 ส.ค. 2023 $67.88 $139.70 $8,911.10
9 ก.ย. 2023 $66.83 $140.75 $8,770.35
10 ต.ค. 2023 $65.78 $141.80 $8,628.55
11 พ.ย. 2023 $64.71 $142.87 $8,485.68
12 ธ.ค. 2023 $63.64 $143.94 $8,341.74
สิ้นปีที่ 1
13 ม.ค. 2024 $62.56 $145.02 $8,196.73
14 ก.พ. 2024 $61.48 $146.10 $8,050.62
15 มี.ค. 2024 $60.38 $147.20 $7,903.42
16 เม.ย. 2024 $59.28 $148.30 $7,755.12
17 พ.ค. 2024 $58.16 $149.42 $7,605.70
18 มิ.ย. 2024 $57.04 $150.54 $7,455.16
19 ก.ค. 2024 $55.91 $151.67 $7,303.50
20 ส.ค. 2024 $54.78 $152.80 $7,150.69
21 ก.ย. 2024 $53.63 $153.95 $6,996.74
22 ต.ค. 2024 $52.48 $155.10 $6,841.64
23 พ.ย. 2024 $51.31 $156.27 $6,685.37
24 ธ.ค. 2024 $50.14 $157.44 $6,527.93
สิ้นปีที่ 2
25 ม.ค. 2025 $48.96 $158.62 $6,369.31
26 ก.พ. 2025 $47.77 $159.81 $6,209.50
27 มี.ค. 2025 $46.57 $161.01 $6,048.49
28 เม.ย. 2025 $45.36 $162.22 $5,886.28
29 พ.ค. 2025 $44.15 $163.43 $5,722.84
30 มิ.ย. 2025 $42.92 $164.66 $5,558.19
31 ก.ค. 2025 $41.69 $165.89 $5,392.29
32 ส.ค. 2025 $40.44 $167.14 $5,225.15
33 ก.ย. 2025 $39.19 $168.39 $5,056.76
34 ต.ค. 2025 $37.93 $169.65 $4,887.11
35 พ.ย. 2025 $36.65 $170.93 $4,716.18
36 ธ.ค. 2025 $35.37 $172.21 $4,543.97
สิ้นปีที่ 3
37 ม.ค. 2026 $34.08 $173.50 $4,370.47
38 ก.พ. 2026 $32.78 $174.80 $4,195.67
39 มี.ค. 2026 $31.47 $176.11 $4,019.56
40 เม.ย. 2026 $30.15 $177.43 $3,842.13
41 พ.ค. 2026 $28.82 $178.76 $3,663.36
42 มิ.ย. 2026 $27.48 $180.10 $3,483.26
43 ก.ค. 2026 $26.12 $181.46 $3,301.80
44 ส.ค. 2026 $24.76 $182.82 $3,118.98
45 ก.ย. 2026 $23.39 $184.19 $2,934.80
46 ต.ค. 2026 $22.01 $185.57 $2,749.23
47 พ.ย. 2026 $20.62 $186.96 $2,562.27
48 ธ.ค. 2026 $19.22 $188.36 $2,373.90
สิ้นปีที่ 4
49 ม.ค. 2027 $17.80 $189.78 $2,184.13
50 ก.พ. 2027 $16.38 $191.20 $1,992.93
51 มี.ค. 2027 $14.95 $192.63 $1,800.30
52 เม.ย. 2027 $13.50 $194.08 $1,606.22
53 พ.ค. 2027 $12.05 $195.53 $1,410.69
54 มิ.ย. 2027 $10.58 $197.00 $1,213.69
55 ก.ค. 2027 $9.10 $198.48 $1,015.21
56 ส.ค. 2027 $7.61 $199.97 $815.24
57 ก.ย. 2027 $6.11 $201.47 $613.78
58 ต.ค. 2027 $4.60 $202.98 $410.80
59 พ.ย. 2027 $3.08 $204.50 $206.30
60 ธ.ค. 2027 $1.55 $206.03 $0.27
สิ้นปีที่ 5

เกิดข้อผิดพลาดกับการคำนวณของคุณ

สารบัญ

  1. สินเชื่อส่วนบุคคล: คืออะไรกันแน่?
  2. สินเชื่อส่วนบุคคลแบบมีหลักประกัน
  3. สินเชื่อส่วนบุคคลแบบดั้งเดิม
  4. สินเชื่อส่วนบุคคลจากผู้ให้กู้แบบเพียร์ทูเพียร์ (P2P)
  5. ทำไมต้องขอสินเชื่อส่วนบุคคล?
  6. พยายามหลีกเลี่ยงสินเชื่อที่เอาเปรียบขูดเลือดขูดเนื้อหรือฉ้อโกง
  7. ความน่าเชื่อถือทางเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล
  8. การสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล
  9. ค่าธรรมเนียมสินเชื่อส่วนบุคคล
    1. ค่าธรรมเนียมการชำระล่วงหน้า
    2. ค่าธรรมเนียมการชำระล่าช้า
    3. ค่าธรรมเนียมการก่อกำเนิด
  10. ทางเลือกอื่นของสินเชื่อส่วนบุคคล

เครื่องคำนวณสินเชื่อส่วนบุคคล

เครื่องคำนวณสินเชื่อส่วนบุคคลช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของค่างวดรายเดือนและค่าใช้จ่ายทั้งหมดตลอดอายุสัญญาได้อย่างชัดเจน เนื่องจากสินเชื่อส่วนบุคคลส่วนใหญ่มักมีค่าธรรมเนียมแอบแฝงหรือค่าประกันภัยรวมอยู่ด้วย ต้นทุนที่แท้จริงจึงอาจสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารเสนอไว้เบื้องต้น เครื่องมือคำนวณของเราจะนำปัจจัยเหล่านี้มาพิจารณาเพื่อหาอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่อปี หรือ อัตราผลตอบแทนที่แท้จริง (APR) ซึ่งจะช่วยให้คุณเปรียบเทียบข้อเสนอสินเชื่อต่างๆ ได้อย่างแม่นยำและคุ้มค่าที่สุด

สินเชื่อส่วนบุคคล: คืออะไรกันแน่?

สินเชื่อส่วนบุคคล (Personal Loan) คือวงเงินกู้ที่มีอัตราดอกเบี้ยคงที่ ได้รับเงินก้อนตามจำนวนที่กำหนด และมียอดผ่อนชำระรายเดือนที่แน่นอน โดยทั่วไปมักเป็นสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน (Unsecured Loan) ซึ่งหมายความว่าผู้กู้ไม่ต้องใช้ทรัพย์สิน (เช่น รถยนต์หรือบ้าน) มาค้ำประกัน (หากอ้างอิงตามมาตรฐานในสหรัฐอเมริกา วงเงินกู้มักจะอยู่ที่ 5,000 ถึง 35,000 ดอลลาร์ โดยมีระยะเวลาผ่อนชำระ 3-5 ปี)

แทนที่จะใช้หลักประกัน ผู้ให้กู้จะพิจารณาประวัติเครดิต (Credit Score) รายได้ ภาระหนี้สิน และเกณฑ์อื่นๆ ในการตัดสินใจอนุมัติและกำหนดอัตราดอกเบี้ย เพื่อชดเชยความเสี่ยงที่สูงขึ้นจากการไม่มีหลักประกัน สถาบันการเงินจึงมักจัดกลุ่มสินเชื่อส่วนบุคคลไว้ในระดับอัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างสูง (อาจสูงถึง 25% หรือมากกว่า)

สินเชื่อส่วนบุคคลแบบมีหลักประกัน

แม้จะไม่ค่อยพบเห็นบ่อยนัก แต่สินเชื่อส่วนบุคคลแบบมีหลักประกัน (Secured Personal Loans) ก็มีให้บริการเช่นกัน มักพบได้ตามธนาคารหรือสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน โดยผู้กู้จะต้องนำทรัพย์สินมาค้ำประกัน เช่น รถยนต์ บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ หรือใบรับรองเงินฝาก (CDs) มูลค่าของหลักประกันมักจะเป็นตัวกำหนดวงเงินกู้สูงสุด สิ่งสำคัญที่ต้องระวังคือ หากผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้ (เช่นเดียวกับสินเชื่อบ้านและสินเชื่อรถยนต์) ผู้ให้กู้อาจมีสิทธิ์ยึดทรัพย์สินที่นำมาค้ำประกันได้

ผู้ให้บริการสินเชื่อออนไลน์ส่วนใหญ่มักให้บริการเฉพาะสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกันเท่านั้น อย่างไรก็ตาม คุณยังคงสามารถใช้เครื่องคำนวณสินเชื่อส่วนบุคคลของเรากับสินเชื่อแบบมีหลักประกันได้ เพียงแค่กรอกข้อมูลให้ตรงตามเงื่อนไขของสินเชื่อนั้นๆ อย่างถูกต้อง

สินเชื่อส่วนบุคคลแบบดั้งเดิม

ก่อนยุคอินเทอร์เน็ต การขอสินเชื่อส่วนบุคคลมักต้องทำผ่านธนาคาร สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน และสถาบันการเงินอื่นๆ สถาบันเหล่านี้สร้างผลกำไรโดยการนำเงินจากบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ กระแสรายวัน ตลาดเงิน หรือใบรับรองเงินฝาก (CDs) มาปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่า นอกจากนี้ โรงรับจำนำและธุรกิจบริการเงินสดล่วงหน้า (Cash Advance) ก็เป็นอีกช่องทางหนึ่งที่ให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลในอัตราดอกเบี้ยที่สูงมากเช่นกัน

สินเชื่อส่วนบุคคลจากผู้ให้กู้แบบเพียร์ทูเพียร์ (P2P)

อินเทอร์เน็ตได้พลิกโฉมอุตสาหกรรมสินเชื่อเข้าสู่ยุคใหม่ แทนที่จะต้องพึ่งพาสถาบันการเงินแบบดั้งเดิม ผู้กู้สามารถใช้บริการแพลตฟอร์มออนไลน์ที่เชื่อมโยงพวกเขาเข้ากับผู้ให้กู้โดยตรง กระบวนการนี้เรียกว่า การให้สินเชื่อแบบเพียร์ทูเพียร์ หรือ P2P Lending โดยผู้ให้กู้ในระบบ P2P ส่วนใหญ่มักเป็นบุคคลทั่วไปที่มีเงินทุนสำรองและต้องการหาผลตอบแทน

เนื่องจากแพลตฟอร์ม P2P ดำเนินการผ่านระบบออนไลน์เป็นหลัก จึงมีต้นทุนการดำเนินงานและความเสี่ยงที่ต่ำกว่าธนาคารแบบดั้งเดิม ส่งผลให้ผู้กู้มักได้รับข้อเสนอและเงื่อนไขที่ยืดหยุ่นและเป็นประโยชน์มากกว่า

แพลตฟอร์ม P2P ทำหน้าที่เป็นเพียงตัวกลางที่หักค่าธรรมเนียมเล็กน้อยจากธุรกรรม โดยไม่ได้เป็นผู้ปล่อยกู้เองโดยตรง ดังนั้น หากผู้กู้ผิดนัดชำระหนี้ ผู้ที่รับผลขาดทุนคือตัวผู้ให้กู้ (นักลงทุน) ไม่ใช่แพลตฟอร์มผู้ให้บริการ

ทำไมต้องขอสินเชื่อส่วนบุคคล?

โดยทั่วไป อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคลมักจะต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิต ทำให้เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับการรวมหนี้ (Debt Consolidation) ไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิตหรือหนี้ดอกเบี้ยสูงอื่นๆ กว่าครึ่งของการขอสินเชื่อส่วนบุคคลมีวัตถุประสงค์เพื่อการรวมหนี้ อย่างไรก็ตาม ก่อนตัดสินใจขอสินเชื่อเพื่อรวมหนี้ คุณควรคำนวณและพิจารณาค่าธรรมเนียมต่างๆ อย่างรอบคอบ

นอกจากการรวมหนี้แล้ว สินเชื่อส่วนบุคคลยังนิยมใช้สำหรับค่ารักษาพยาบาล การต่อเติมบ้าน การขยายธุรกิจขนาดเล็ก ค่าใช้จ่ายช่วงวันหยุด งานแต่งงาน และการซื้อสินค้าชิ้นใหญ่ ทั้งนี้ ในการเปรียบเทียบความคุ้มค่า ควรใช้อัตราร้อยละต่อปีหรืออัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (APR) เป็นเกณฑ์อ้างอิงแทนอัตราดอกเบี้ยปกติ

ต่อไปนี้คือตัวอย่างสถานการณ์ที่เหมาะกับการขอสินเชื่อส่วนบุคคล:

  • บุคคลหนึ่งมียอดค้างชำระบัตรเครดิต 8,000 ดอลลาร์ (อัตราดอกเบี้ย 19.99%) และบัตรเครดิตอีกใบมียอดค้าง 7,000 ดอลลาร์ (อัตราดอกเบี้ย 24.99%) ผู้ให้กู้ P2P เสนอวงเงินให้กู้ 16,000 ดอลลาร์ ระยะเวลา 5 ปี ด้วยอัตราดอกเบี้ย 12% และมีค่าธรรมเนียมแรกเข้า 5% อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (APR) ของสินเชื่อนี้จะอยู่ที่ 14.284% ซึ่งต่ำกว่าดอกเบี้ยบัตรเครดิตทั้งสองใบอย่างเห็นได้ชัด ผู้กู้จึงสามารถใช้สินเชื่อส่วนบุคคลก้อนนี้ไปปิดหนี้บัตรเครดิตเพื่อลดภาระดอกเบี้ยลงได้อย่างมหาศาล

  • เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กต้องการเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มเติมเพื่อจัดแคมเปญส่งเสริมการขาย ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะสร้างผลกำไรให้กับธุรกิจได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

  • นักศึกษามหาวิทยาลัยที่มีศักยภาพสูงแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ชั่วคราว ต้องการเงินก้อนเพื่อย้ายที่พัก โดยพวกเขามีแนวโน้มที่จะมีอนาคตการทำงานที่สดใสและสามารถชำระคืนเงินกู้ได้อย่างรวดเร็ว

พยายามหลีกเลี่ยงสินเชื่อที่เอาเปรียบขูดเลือดขูดเนื้อหรือฉ้อโกง

เป็นที่น่าเสียดายว่าในตลาดปัจจุบันยังมีผู้ให้กู้ที่ฉ้อฉลและจ้องเอาเปรียบผู้บริโภค (Predatory Lenders) ผู้ให้กู้ที่ถูกกฎหมายและโปร่งใสมักจะต้องตรวจสอบประวัติเครดิตของคุณก่อนเสมอ ดังนั้น ทางที่ดีที่สุดคือควรหลีกเลี่ยงผู้ให้กู้ที่เสนอเงินกู้ให้โดยไม่สนใจถามถึงประวัติเครดิตของคุณเลย

สินเชื่อที่เอาเปรียบมักจะทำการตลาดเชิงรุกผ่านทางไปรษณีย์หรือโทรศัพท์ เช่น สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ บริการเบิกเงินสดล่วงหน้า สินเชื่อที่ไม่เช็คเครดิต และสินเชื่อเงินด่วน (Payday Loans) สินเชื่อเหล่านี้มักซ่อนอัตราดอกเบี้ยที่สูงลิ่ว ค่าธรรมเนียมที่แพงหูฉี่ และมีกรอบเวลาชำระคืนที่สั้นมาก

ความน่าเชื่อถือทางเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล

ความน่าเชื่อถือทางเครดิต (Creditworthiness) ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อส่วนบุคคล การมีคะแนนเครดิต (Credit Score) ในระดับที่ดีหรือดีเยี่ยม เป็นกุญแจสำคัญเมื่อมองหาสินเชื่อที่มีดอกเบี้ยต่ำ ในทางกลับกัน ผู้ที่มีประวัติเครดิตไม่ดีจะมีทางเลือกที่จำกัดและมักต้องยอมรับสินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง

การผิดนัดชำระหนี้ ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิตหรือสินเชื่ออื่นๆ จะส่งผลเสียโดยตรงต่อคะแนนเครดิตของคุณ สำหรับผู้ให้กู้ที่อนุโลมเรื่องประวัติเครดิต พวกเขาก็มักจะใช้ตัวแปรอื่นมาทดแทนในการพิจารณา เช่น อัตราส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ (DTI) และความสม่ำเสมอของประวัติการทำงาน เป็นต้น

การสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล

ปัจจุบันผู้กู้สามารถยื่นใบสมัครออนไลน์ไปยังสถาบันการเงินหลายแห่งได้อย่างสะดวกสบาย โดยทั่วไป ขั้นตอนการสมัครจะค่อนข้างเรียบง่าย ผู้ให้กู้มักจะขอข้อมูลส่วนตัวพื้นฐาน ประวัติการทำงาน ข้อมูลรายได้ และรายงานเครดิต แหล่งที่มาของข้อมูลเหล่านี้ได้แก่ บันทึกการเสียภาษี สลิปเงินเดือนล่าสุด ทวิ 50 (W-2) หรือรายการเดินบัญชีส่วนบุคคล

หลังจากยื่นเอกสาร ผู้ให้กู้จะทำการประเมินและตรวจสอบข้อมูล บางแห่งสามารถแจ้งผลการตัดสินใจได้ทันที ในขณะที่บางแห่งอาจใช้เวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์ ผลการพิจารณาอาจเป็นไปได้ทั้ง อนุมัติ ปฏิเสธ หรืออนุมัติแบบมีเงื่อนไข (ในกรณีหลัง ผู้ให้กู้จะอนุมัติวงเงินก็ต่อเมื่อผู้กู้ปฏิบัติตามเงื่อนไขเพิ่มเติม เช่น ส่งสลิปเงินเดือนเพิ่มเติม หรือส่งเอกสารเกี่ยวกับหนี้สินและทรัพย์สิน)

เมื่อได้รับการอนุมัติ วงเงินสินเชื่ออาจพร้อมใช้งานภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งตอบโจทย์อย่างยิ่งในยามที่คุณต้องการใช้เงินด่วน ผู้ให้กู้หลายรายกำหนดให้ต้องมีบัญชีเงินฝากเพื่อรับโอนเงินโดยตรง ดังนั้นเงินจะเข้าบัญชีธนาคารที่คุณระบุไว้ตอนสมัครเป็นเงินก้อน ส่วนผู้ให้กู้บางรายอาจใช้วิธีส่งเช็คทางไปรษณีย์ หรือโอนเงินเข้าบัตรเดบิตแบบเติมเงิน ทั้งนี้ โปรดตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณได้ใช้เงินกู้ตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในสัญญาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ค่าธรรมเนียมสินเชื่อส่วนบุคคล

นอกเหนือจากการผ่อนชำระเงินต้นและดอกเบี้ยตามปกติแล้ว สินเชื่อส่วนบุคคลอาจมีค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมอื่นๆ แอบแฝงอยู่ ได้แก่:

ค่าธรรมเนียมการชำระล่วงหน้า

ค่าธรรมเนียมนี้จะถูกเรียกเก็บเมื่อผู้กู้ทำการปิดยอดหนี้หรือชำระเงินกู้ทั้งหมดก่อนกำหนดเวลาที่ระบุไว้ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันค่าธรรมเนียมการปิดยอดสินเชื่อส่วนบุคคลก่อนกำหนดเริ่มมีให้เห็นน้อยลงแล้ว

ค่าธรรมเนียมการชำระล่าช้า

หากคุณจ่ายค่างวดล่าช้ากว่ากำหนด คุณจะถูกเรียกเก็บค่าปรับ ค่าใช้จ่ายส่วนนี้อาจเป็นอัตราคงที่หรือคำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์จากยอดที่ต้องชำระ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของผู้ให้กู้ เพื่อหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายส่วนนี้ ควรชำระบิลให้ตรงเวลาเสมอ หากคุณรู้ตัวว่าไม่สามารถชำระเงินได้ทันตามกำหนด แนะนำให้ติดต่อสถาบันการเงินล่วงหน้า เพราะบางแห่งอาจยินดีประนีประนอมหรือขยายเวลาชำระหนี้ให้คุณ

ค่าธรรมเนียมการก่อกำเนิด

หรือที่มักเรียกกันว่าค่าธรรมเนียมการสมัคร หรือ ค่าธรรมเนียมแรกเข้า เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเอกสารและการขอสินเชื่อ มักคิดเป็นร้อยละ 1% ถึง 5% ของวงเงินกู้ทั้งหมด ผู้ให้กู้บางรายอาจเรียกเก็บเป็นเงินก้อนล่วงหน้า แต่ส่วนใหญ่มักจะหักออกจากยอดเงินกู้ที่ได้รับอนุมัติ ตัวอย่างเช่น หากมีค่าธรรมเนียมแรกเข้า 3% สำหรับวงเงินกู้ 10,000 ดอลลาร์ ผู้กู้จะได้รับเงินโอนเข้าบัญชีจริงเพียง 9,700 ดอลลาร์ (แต่ยังคงต้องผ่อนชำระคืนจากยอดเต็ม 10,000 ดอลลาร์)

ผู้ให้กู้บางรายอาจกำหนดให้ผู้กู้ซื้อประกันคุ้มครองสินเชื่อส่วนบุคคล เพื่อครอบคลุมความเสี่ยงในกรณีเสียชีวิต ทุพพลภาพ หรือตกงาน แม้ว่าประกันเหล่านี้จะมีประโยชน์ในบางสถานการณ์ แต่กฎหมายก็ไม่ได้บังคับให้คุณต้องซื้อแต่อย่างใด

ทางเลือกอื่นของสินเชื่อส่วนบุคคล

ผู้สมัครควรพิจารณาทางเลือกต่างๆ ก่อนที่จะตัดสินใจขอสินเชื่อส่วนบุคคลแบบไม่มีหลักประกัน หรือในกรณีที่ไม่สามารถหาแหล่งเงินกู้ที่เชื่อถือได้

การขอยืมจากคนใกล้ตัว: ครอบครัวหรือเพื่อนสนิทอาจยินดีช่วยเหลือคุณในช่วงวิกฤตทางการเงิน การยืมเงินจากคนใกล้ชิดมักจะได้เปรียบตรงที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำมากหรืออาจไม่มีดอกเบี้ยเลย

หาผู้ค้ำประกัน (Co-signer): คู่สมรส พ่อแม่ สมาชิกในครอบครัว หรือเพื่อนสนิทสามารถทำหน้าที่เป็นผู้ค้ำประกันร่วมได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ค้ำประกันจะต้องมีประวัติเครดิตที่ดี มีงานที่มั่นคง และมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะกู้สินเชื่อผ่านด้วยตนเอง สิ่งสำคัญคือผู้ค้ำประกันต้องรับความเสี่ยงร่วมด้วย หากผู้กู้หลักผิดนัดชำระหนี้ ผู้ค้ำประกันจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบชำระหนี้แทนทั้งหมด

ใช้บัตรเครดิตที่มีโปรโมชั่นดอกเบี้ย 0%: บัตรเครดิตที่มีโปรโมชั่นดอกเบี้ย 0% หรือดอกเบี้ยต่ำในช่วงแรก เป็นทางเลือกที่ดีเยี่ยมสำหรับการจัดการรายจ่ายโดยไม่เสียดอกเบี้ย หากคุณตั้งใจจะจ่ายคืนภายหลัง นี่จึงเป็นเหตุผลที่น่าสนใจที่จะใช้แทนสินเชื่อส่วนบุคคล แต่อย่าลืมระวังค่าธรรมเนียมแอบแฝงและต้องจดจำวันที่สิ้นสุดระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยให้ดี

ใช้สินเชื่อแบบมีหลักประกัน: การนำทรัพย์สินที่มีอยู่ เช่น บ้าน รถยนต์ หรือของมีค่ามาค้ำประกัน จะช่วยลดความเสี่ยงของผู้ให้กู้ ทำให้คุณมีโอกาสได้รับวงเงินที่สูงขึ้นและมีอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลง

วงเงินสินเชื่อแบบใช้บ้านแลกเงิน (HELOC): การใช้วงเงินสินเชื่อที่อยู่อาศัยเป็นเทคนิคยอดนิยมในการกู้เงินก้อนใหญ่โดยใช้บ้านของคุณเป็นหลักประกัน แต่ต้องตระหนักเสมอว่า การไม่ชำระเงินตามกำหนดอาจทำให้บ้านของคุณถูกยึดได้ ผู้ให้กู้มีสิทธิ์ตามกฎหมายที่จะเข้าครอบครองหลักประกันตามสัญญา

ขอความช่วยเหลือจากองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร: องค์กรการกุศล หรือกลุ่มศาสนาในชุมชน อาจมีโครงการช่วยเหลือทางการเงินฉุกเฉินสำหรับผู้ที่เดือดร้อน

การระดมทุน (Crowdfunding): แพลตฟอร์มระดมทุนเป็นอีกช่องทางในการหาเงินโดยไม่ต้องชำระคืน อย่างไรก็ตาม การจะระดมทุนให้ประสบความสำเร็จนั้นเป็นกระบวนการที่ซับซ้อน มักใช้ได้ผลกับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพสูง การขอรับเงินบริจาคจากภัยพิบัติ หรือจัดการกับวิกฤตทางการเงินที่อยู่นอกเหนือการควบคุม สาธารณชนจะร่วมบริจาคก็ต่อเมื่อพวกเขาเชื่อมั่นในตัวคุณและเป้าหมายของโครงการนั้นอย่างแท้จริง