คำนวณคณิตศาสตร์
เครื่องคำนวนระยะทาง


เครื่องคำนวนระยะทาง

เครื่องคำนวนระยะทางออนไลน์ฟรี! คำนวณระยะห่างระหว่าง 2 จุดบนระนาบ 2 มิติ 3 มิติ และบนพื้นผิวโลกอย่างแม่นยำ ใช้งานง่าย ได้ผลลัพธ์รวดเร็วทันใจ

ผลลัพธ์

d = 26.19637

เกิดข้อผิดพลาดกับการคำนวณของคุณ

อัปเดตล่าสุด: 3 มิถุนายน 2569

สารบัญ

  1. คำแนะนำสำหรับการใช้งาน
    1. เครื่องคำนวณระยะทาง 2 มิติ
    2. เครื่องคำนวณระยะทาง 3 มิติ
    3. เครื่องคำนวณระยะทางระหว่างพิกัด - คำนวณระยะทางจากละติจูดและลองจิจูด
    4. หาระยะห่างระหว่างสองจุดด้วยเครื่องคำนวณบนแผนที่
    5. สูตรการคำนวณ
    6. การคำนวณระยะทางตามละติจูดและลองจิจูด
    7. การนำไปใช้งานในชีวิตจริง

เครื่องคำนวนระยะทาง

เครื่องคำนวณระยะทางของเราออกแบบมาเพื่อช่วยคุณหาระยะห่างระหว่างจุดสองจุดบนระนาบ 2 มิติ (2D) หรือในพื้นที่ 3 มิติ (3D) ได้อย่างแม่นยำ รวมถึงการคำนวณระยะห่างระหว่างจุดสองจุดบนพื้นผิวโลกโดยใช้พิกัดละติจูดและลองจิจูด หรือการเลือกจุดพิกัดบนแผนที่โลก ในหน้านี้ประกอบไปด้วยเครื่องคำนวณ 3 รูปแบบ เพื่อตอบโจทย์ทุกการใช้งานของคุณ:

  • เครื่องคำนวณระยะทาง 2 มิติ
  • เครื่องคำนวณระยะทาง 3 มิติ
  • เครื่องคำนวณระยะทางระหว่างพิกัด

เครื่องคำนวณระยะทาง 2 มิติยังสามารถใช้เพื่อหาสมการเส้นตรง รวมถึงการหาค่าความชัน (Slope) และมุมของเส้นตรงที่เชื่อมระหว่างจุดสองจุดที่กำหนดได้อีกด้วย

คำแนะนำสำหรับการใช้งาน

เครื่องคำนวณระยะทาง 2 มิติ

เครื่องมือนี้ใช้สำหรับคำนวณระยะห่างระหว่างจุดสองจุดบนระนาบ 2 มิติ ได้แก่ จุดที่ 1 ซึ่งมีพิกัด (X₁, Y₁) และจุดที่ 2 ซึ่งมีพิกัด (X₂, Y₂) หากต้องการหาระยะห่างระหว่างจุดสองจุดนี้ เพียงแค่กรอกพิกัดของทั้งสองจุด (X₁, Y₁, X₂, Y₂) ลงในช่องที่กำหนด แล้วกดปุ่ม "คำนวณ"

ระบบจะแสดงผลลัพธ์สุดท้าย พร้อมทั้งขั้นตอนการคำนวณอย่างละเอียด และแสดงตำแหน่งของจุดบนระนาบพิกัดในรูปแบบกราฟิก นอกจากนี้ เครื่องคำนวณยังช่วยหาความชัน (Slope) มุมของเส้นตรงที่เชื่อมระหว่างจุดสองจุด และแสดงสมการเส้นตรงที่สอดคล้องกันให้โดยอัตโนมัติ

เครื่องคำนวณระยะทาง 3 มิติ

เครื่องมือนี้ใช้สำหรับคำนวณระยะห่างระหว่างจุดสองจุดในพื้นที่ 3 มิติ ได้แก่ จุดที่ 1 ซึ่งมีพิกัด (X₁, Y₁, Z₁) และจุดที่ 2 ซึ่งมีพิกัด (X₂, Y₂, Z₂) วิธีใช้งานเพียงแค่กรอกพิกัดของจุดทั้งสอง (X₁, Y₁, Z₁, X₂, Y₂, Z₂) ลงในช่องที่กำหนด แล้วกดปุ่ม "คำนวณ" เครื่องคำนวณจะแสดงผลลัพธ์สุดท้ายพร้อมขั้นตอนการคำนวณอย่างละเอียดให้คุณทราบทันที หากต้องการล้างข้อมูลทั้งหมดในทุกช่อง ให้กดปุ่ม “ล้าง”

เครื่องคำนวณระยะทางระหว่างพิกัด - คำนวณระยะทางจากละติจูดและลองจิจูด

ใช้เครื่องคำนวณนี้เพื่อหาระยะห่างที่แท้จริงระหว่างจุดสองจุดบนพื้นผิวโลกเมื่อทราบพิกัด (ละติจูดและลองจิจูด) ระบบจะคำนวณระยะทางระหว่างจุดที่ 1 (ละติจูด 1 และลองจิจูด 1) และจุดที่ 2 (ละติจูด 2 และลองจิจูด 2) โดยอิงตามหลักการทางภูมิศาสตร์ที่ว่ารูปร่างของโลกสามารถประมาณเป็นรูปทรงรีได้ ซึ่งเครื่องมือนี้ใช้สูตรของ Lambert (Lambert's formula) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่แม่นยำที่สุด

วิธีใช้งาน เพียงกรอกค่าละติจูด 1, ลองจิจูด 1, ละติจูด 2 และลองจิจูด 2 ลงในช่องที่เกี่ยวข้อง แล้วกดปุ่ม "คำนวณ" เครื่องคำนวณจะแสดงผลลัพธ์ระยะทางระหว่างจุดทั้งสองในหน่วยกิโลเมตรและไมล์

ค่าอินพุต

สามารถป้อนพิกัดได้ตามรูปแบบดังต่อไปนี้:

  • รูปแบบองศา-นาที-วินาที (DMS) ตามด้วยการเลือกทิศทางจากเมนูดรอปดาวน์ – N (เหนือ) หรือ S (ใต้) สำหรับละติจูด และ E (ตะวันออก) หรือ W (ตะวันตก) สำหรับลองจิจูด โดยค่าละติจูดจะต้องอยู่ระหว่าง -90 ถึง 90 และค่าลองจิจูดจะต้องอยู่ระหว่าง -180 ถึง 180
  • ทศนิยม (Decimal Degrees) ที่ไม่ระบุทิศทาง โดยจะใช้เครื่องหมายนำหน้าตัวเลขเป็นตัวบอกทิศทาง: ค่าละติจูดที่เป็นบวกหมายถึงทิศเหนือ (เหนือเส้นศูนย์สูตร) และค่าลบหมายถึงทิศใต้ ส่วนค่าลองจิจูดที่เป็นบวกหมายถึงทิศตะวันออก (ของเส้นไพรม์เมริเดียน) และค่าลบหมายถึงทิศตะวันตก เช่นเดียวกัน ค่าละติจูดควรอยู่ระหว่าง -90 ถึง 90 และค่าลองจิจูดควรอยู่ระหว่าง -180 ถึง 180 หากต้องการล้างข้อมูลทั้งหมดในทุกช่อง ให้กดปุ่ม “ล้าง”

หาระยะห่างระหว่างสองจุดด้วยเครื่องคำนวณบนแผนที่

เครื่องคำนวณนี้ออกแบบมาเพื่อหาระยะห่างระหว่างจุดสองจุดบนพื้นผิวโลกเช่นกัน โดยอิงจากสมมติฐานที่ว่ารูปร่างของโลกเป็นรูปทรงรี และใช้สูตรของ Lambert ในการคำนวณ

วิธีการใช้งาน เพียงแค่คลิกเลือกจุดสองจุดบนแผนที่แบบอินเทอร์แอกทีฟ ระบบจะดึงค่าพิกัด (ในรูปแบบทศนิยม) ของจุดที่คุณเลือกโดยอัตโนมัติ และทำการคำนวณระยะทางออกมาเป็นกิโลเมตรและไมล์

หมายเหตุ: เครื่องคำนวณระยะทางทุกรูปแบบของเรา รองรับการป้อนข้อมูลทั้งในรูปแบบจำนวนเต็ม, เลขทศนิยม และตัวเลขในรูปแบบสัญกรณ์วิทยาศาสตร์ (E-notation)

สูตรการคำนวณ

ในสูตรการคำนวณทั้งหมดที่แสดงด้านล่างนี้ ระยะทางจะถูกแทนค่าด้วยสัญลักษณ์ d

สูตรระยะทาง 2 มิติ

เครื่องคำนวณระยะทาง

ระยะห่างระหว่างจุดสองจุดที่มีพิกัด (X₁, Y₁) และ (X₂, Y₂) บนระนาบ 2 มิติ สามารถคำนวณได้จากทฤษฎีบทพีทาโกรัสโดยใช้สูตรดังต่อไปนี้:

$$d=\sqrt{(X₂ - X₁)²+(Y₂ - Y₁)²}$$

สูตรระยะทาง 3 มิติ

สูตรข้างต้นสามารถนำมาขยายผลเพื่อประยุกต์ใช้ในพื้นที่ 3 มิติได้ สำหรับการหาระยะห่างระหว่างจุดที่ 1 ซึ่งมีพิกัด (X₁, Y₁, Z₁) และจุดที่ 2 ซึ่งมีพิกัด (X₂, Y₂, Z₂) จะใช้สูตรดังนี้:

$$d=\sqrt{(X₂ - X₁)²+(Y₂ - Y₁)²+(Z₂ - Z₁)²}$$

การคำนวณระยะทางตามละติจูดและลองจิจูด

ในส่วนนี้จะใช้สัญลักษณ์ต่อไปนี้: ϕ แทนละติจูด และ λ แทนลองจิจูด จุดที่มีละติจูด 1 และลองจิจูด 1 จะถูกเขียนแทนด้วย (ϕ₁, λ₁)

ในการคำนวณระยะห่างระหว่างจุดสองจุดบนพื้นผิวโลก เราจำเป็นต้องคำนวณความยาวตามแนวความโค้งของพื้นผิวโลก ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องเลือกรูปแบบการจำลองรูปร่างของพื้นผิวโลก ซึ่งการจำลองแบบที่พบบ่อยที่สุดมี 3 รูปแบบ ได้แก่:

  1. พื้นผิวเรียบ (Flat Surface): การประมาณค่ารูปแบบนี้ใช้ได้ดีกับระยะทางสั้นๆ ซึ่งในกรณีนี้สามารถนำสูตรระยะทาง 2 มิติมาประยุกต์ใช้ได้เลย นอกจากนี้ยังมีการปรับปรุงการประมาณค่าเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาความแปรผันของระยะห่างระหว่างเส้นเมริเดียนเมื่อทำการฉายภาพพื้นผิวโลกลงบนระนาบ 2 มิติ
  2. พื้นผิวทรงกลม (Spherical Surface): สูตรสำหรับการประมาณนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานที่ว่าพื้นผิวโลกมีลักษณะใกล้เคียงกับทรงกลม จากนั้นจะใช้หลักการตรีโกณมิติทรงกลม (Spherical Trigonometry) เพื่อให้ได้สูตรที่แม่นยำยิ่งขึ้น ซึ่งสามารถนำไปใช้กับระยะทางที่ไกลพอสมควรด้วยความคลาดเคลื่อนเพียงประมาณ 5% สูตรนี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อ "สูตรระยะทางวงกลมใหญ่ (Great-circle distance)" หรือ "สูตรฮาเวอร์ซีน (Haversine formula)" เนื่องจากถูกพัฒนาขึ้นโดยอาศัยฮาเวอร์ซีน ซึ่งเป็นฟังก์ชันตรีโกณมิติพิเศษ โดยฮาเวอร์ซีนของมุม θ จะถูกกำหนดไว้ดังนี้: \$hav\ θ=\frac{(1-cos⁡θ)}{2}\$ และสูตรฮาเวอร์ซีนสำหรับหาระยะห่างระหว่างจุดสองจุดที่มีพิกัด (ϕ₁, λ₁) และ (ϕ₂, λ₂) จะมีรูปแบบดังนี้:

$$d=2r\ arcsin\sqrt{hav(φ₂-φ₁ )+(1-hav(φ₁-φ₂ )-hav(φ₁+φ₂ ))× hav(λ₂-λ₁)}$$

$$d=2r\ arcsin\left( \sqrt{(sin²\left( \frac{φ₂-φ₁}{2} \right)⁡+cos⁡\ φ₁×cos⁡\ φ₂ × sin²\left( \frac{λ₂-λ₁}{2} \right)⁡}\right)$$

โดยที่ r คือรัศมีของทรงกลมที่ใช้ในการคำนวณ (ในกรณีนี้คือรัศมีเฉลี่ยของโลก)

  1. พื้นผิวทรงรี (Ellipsoidal Surface): การประมาณค่าแบบนี้มีความแม่นยำสูงสุด เนื่องจากรูปร่างที่แท้จริงของโลกมีลักษณะใกล้เคียงกับทรงรีมากกว่าทรงกลม เส้นทางที่สั้นที่สุดที่เชื่อมระหว่างจุดสองจุดบนพื้นผิวทรงรีเรียกว่า เส้นจีโอเดสิก (Geodesic line) และความยาวของเส้นทางนั้นจะถูกคำนวณด้วยสูตรของ Lambert สูตรเหล่านี้จะใช้ค่าพารามิเตอร์ละติจูดลดทอน (Reduced latitude) β₁ และ β₂ แทน ϕ₁ และ ϕ₂: tan β = (1 - f) × tan ϕ โดยที่ f คือค่าความแบน (Flattening) ของทรงรี ระยะทางจะสามารถคำนวณได้ดังนี้:

d = a (σ – f/2(X + Y))

โดยที่ a คือรัศมีเส้นศูนย์สูตรของทรงรี (ในกรณีนี้คือเส้นศูนย์สูตรโลก) σ คือมุมที่จุดศูนย์กลางระหว่างจุดที่ 1 (β₁, λ₁) และจุดที่ 2 (β₂, λ₂) ในหน่วยเรเดียน มุมนี้คำนวณโดยใช้สูตรฮาเวอร์ซีนที่อธิบายไว้ข้างต้น ภายใต้สมมติฐานที่ว่าค่าลองจิจูดบนทรงกลมและทรงรีนั้นมีค่าเท่ากัน ส่วน X และ Y สามารถคำนวณได้โดยใช้สูตรต่อไปนี้:

$$X=(σ-sin⁡σ)\frac{sin²⁡P\ cos²⁡Q}{cos²\frac{σ}{2}⁡}$$

$$Y=(σ-sin⁡σ)\frac{cos²⁡P\ sin²⁡Q}{sin²\frac{σ}{2}⁡}$$

โดยที่ P = (β₁ + β₂)/2 และ Q = (β₂ – β₁)/2

การนำไปใช้งานในชีวิตจริง

เมื่อเราพูดถึง "ระยะทาง" โดยทั่วไปเรามักจะหมายถึงระยะทางแบบ 2 มิติ หรือ 3 มิติ ซึ่งสามารถพบเห็นได้ในการคำนวณหลากหลายรูปแบบในชีวิตประจำวัน เช่น:

  • ระยะห่างจากปลายแถวถึงหัวแถว (สำหรับการเข้าคิวแบบเส้นตรง)
  • ความยาวของความลาดชันของเนินเขาในขณะที่คุณกำลังเล่นสกี
  • หรือแม้กระทั่งการหาระยะห่างระหว่างดวงอาทิตย์กับดาวเคราะห์ต่างๆ ในระบบสุริยะจักรวาล

ระยะทางจากพิกัดละติจูดและลองจิจูด หรือระยะห่างระหว่างจุดสองจุดบนแผนที่ มักถูกนำมาใช้งานจริงอย่างแพร่หลายในการคำนวณเส้นทางการบินของเครื่องบินที่เดินทางจากจุด A ไปยังจุด B เนื่องจากเครื่องบินที่บินอยู่บนท้องฟ้าต้องเคลื่อนที่โค้งไปตามพื้นผิวทรงรีของโลก ซึ่งเป็นสถานการณ์จริงที่สามารถอธิบายและคำนวณได้อย่างแม่นยำด้วยหลักการในสูตรของ Lambert นั่นเอง!