เครื่องคำนวณสถิติ
เครื่องคำนวณความน่าจะเป็น


เครื่องคำนวณความน่าจะเป็น

เครื่องคำนวณความน่าจะเป็นออนไลน์ฟรี ช่วยคำนวณโอกาสเกิดเหตุการณ์ต่างๆ ทั้งการแจกแจงแบบปกติและอัตราต่อรองชนะแพ้ ใช้งานง่าย ได้ผลลัพธ์แม่นยำและรวดเร็ว

ผลลัพธ์
ความน่าจะเป็นที่ A ไม่เกิดขึ้น: P(A') 0.5
ความน่าจะเป็นที่ B ไม่เกิดขึ้น: P(B') 0.6
ความน่าจะเป็นที่ A และ B เกิดขึ้นทั้งคู่: P(A∩B) 0.2
ความน่าจะเป็นที่ A หรือ B หรือทั้งคู่เกิดขึ้น: P(A∪B) 0.7
ความน่าจะเป็นที่ A หรือ B เกิดขึ้น แต่ไม่ทั้งคู่: P(AΔB) 0.5
ความน่าจะเป็นที่ A และ B ไม่เกิดขึ้นเลย: P((A∪B)') 0.3
ความน่าจะเป็นที่ A เกิดขึ้นแต่ B ไม่เกิดขึ้น: 0.3
ความน่าจะเป็นที่ B เกิดขึ้นแต่ A ไม่เกิดขึ้น: 0.2

Probability

ความน่าจะเป็นของ A: P(A) = 0.5

ความน่าจะเป็นของ B: P(B) = 0.4

ความน่าจะเป็นที่ A ไม่เกิดขึ้น: P(A') = 1 - P(A) = 0.5

ความน่าจะเป็นที่ B ไม่เกิดขึ้น: P(B') = 1 - P(B) = 0.6

ความน่าจะเป็นที่ A และ B เกิดขึ้นทั้งคู่: P(A∩B) = P(A) × P(B) = 0.2

ความน่าจะเป็นที่ A หรือ B หรือทั้งคู่เกิดขึ้น: P(A∪B) = P(A) + P(B) - P(A∩B) = 0.7

ความน่าจะเป็นที่ A หรือ B เกิดขึ้น แต่ไม่ทั้งคู่: P(AΔB) = P(A) + P(B) - 2P(A∩B) = 0.5

ความน่าจะเป็นที่ A และ B ไม่เกิดขึ้นเลย: P((A∪B)') = 1 - P(A∪B) = 0.3

ความน่าจะเป็นที่ A เกิดขึ้นแต่ B ไม่เกิดขึ้น: P(A) × (1 - P(B)) = 0.3

ความน่าจะเป็นที่ B เกิดขึ้นแต่ A ไม่เกิดขึ้น: (1 - P(A)) × P(B) = 0.2

Probability

ความน่าจะเป็นที่ A เกิดขึ้น 5 ครั้ง = 0.65 = 0.07776

ความน่าจะเป็นที่ A ไม่เกิดขึ้น = (1-0.6)5 = 0.01024

ความน่าจะเป็นที่ A เกิดขึ้น = 1-(1-0.6)5 = 0.98976

ความน่าจะเป็นที่ B เกิดขึ้น 3 ครั้ง = 0.33 = 0.027

ความน่าจะเป็นที่ B ไม่เกิดขึ้น = (1-0.3)3 = 0.343

ความน่าจะเป็นที่ B เกิดขึ้น = 1-(1-0.3)3 = 0.657

ความน่าจะเป็นที่ A เกิดขึ้น 5 ครั้ง และ B เกิดขึ้น 3 ครั้ง = 0.65 × 0.33 = 0.00209952

ความน่าจะเป็นที่ A และ B ไม่เกิดขึ้นเลย = (1-0.6)5 × (1-0.3)3 = 0.00351232

ความน่าจะเป็นที่ A และ B เกิดขึ้นทั้งคู่ = (1-(1-0.6)5) × (1-(1-0.3)3) = 0.65027232

ความน่าจะเป็นที่ A เกิดขึ้น 5 ครั้งแต่ไม่ใช่ B = 0.65 × (1-0.3)3 = 0.02667168

ความน่าจะเป็นที่ B เกิดขึ้น 3 ครั้งแต่ไม่ใช่ A = (1-0.6)5 × 0.33 = 2.7648e-4

ความน่าจะเป็นที่ A เกิดขึ้นแต่ไม่ใช่ B = (1-(1-0.6)5) × (1-0.3)3 = 0.33948768

ความน่าจะเป็นที่ B เกิดขึ้นแต่ไม่ใช่ A = (1-0.6)5 × (1-(1-0.3)3) = 0.00672768

Probability

ความน่าจะเป็นระหว่าง -1 และ 1 คือ 0.68268

ความน่าจะเป็นภายนอกของ -1 และ 1 คือ 0.31732

ความน่าจะเป็นของ -1 หรือน้อยกว่า (≤-1) คือ 0.15866

ความน่าจะเป็นของ 1 หรือมากกว่า (≥1) คือ 0.15866

ตารางช่วงความเชื่อมั่น
ความเชื่อมั่น ช่วง N
0.6828 -1.00000 – 1.00000 1
0.8 -1.28155 – 1.28155 1.281551565545
0.9 -1.64485 – 1.64485 1.644853626951
0.95 -1.95996 – 1.95996 1.959963984540
0.98 -2.32635 – 2.32635 2.326347874041
0.99 -2.57583 – 2.57583 2.575829303549
0.995 -2.80703 – 2.80703 2.807033768344
0.998 -3.09023 – 3.09023 3.090232306168
0.999 -3.29053 – 3.29053 3.290526731492
0.9999 -3.89059 – 3.89059 3.890591886413
0.99999 -4.41717 – 4.41717 4.417173413469

เกิดข้อผิดพลาดกับการคำนวณของคุณ

สารบัญ

  1. เครื่องคำนวณความน่าจะเป็นของสองเหตุการณ์
  2. โปรแกรมแก้โจทย์ความน่าจะเป็นสำหรับสองเหตุการณ์
  3. ความน่าจะเป็นของชุดเหตุการณ์อิสระ
  4. เครื่องคำนวณความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบปกติ
  5. ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับความน่าจะเป็น
  6. กฎการดำเนินการของเหตุการณ์ (Operations on Events)
  7. ตัวอย่าง
  8. คอมพลีเมนต์ (Complement) ของเหตุการณ์
  9. อินเตอร์เซกชัน (Intersection) ของเหตุการณ์
  10. เหตุการณ์อิสระ (Independent Events)
  11. ยูเนียน (Union) ของเหตุการณ์
  12. การแจกแจงแบบปกติ (Normal Distribution)
  13. ความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบปกติ
  14. ตัวอย่าง

เครื่องคำนวณความน่าจะเป็น

เครื่องคำนวณความน่าจะเป็นของสองเหตุการณ์

หากคุณทราบค่าความน่าจะเป็นของสองเหตุการณ์ที่แยกจากกัน คุณสามารถใช้ เครื่องคำนวณความน่าจะเป็นของสองเหตุการณ์ (Two Events Probability Calculator) เพื่อวิเคราะห์โอกาสที่ทั้งสองเหตุการณ์จะเกิดขึ้นพร้อมกันได้ เพียงแค่ป้อนค่าความน่าจะเป็นของเหตุการณ์อิสระทั้งสอง (เช่น เหตุการณ์ a และ b) ลงในเครื่องคิดเลข ระบบจะคำนวณและแสดงผลลัพธ์ของค่ายูเนียน (Union), อินเตอร์เซกชัน (Intersection) และค่าความน่าจะเป็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง พร้อมแสดงภาพประกอบเป็นแผนภาพเวนน์ (Venn Diagram) เพื่อให้เข้าใจง่ายและเห็นภาพรวมได้อย่างชัดเจน

โปรแกรมแก้โจทย์ความน่าจะเป็นสำหรับสองเหตุการณ์

คุณสามารถหาค่าความน่าจะเป็นของสองเหตุการณ์อิสระได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ทราบตัวแปรตั้งต้นอย่างน้อยสองค่า เครื่องมือนี้มีประโยชน์อย่างมากในกรณีที่คุณไม่ทราบค่าความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง หรือทั้งสองเหตุการณ์พร้อมกัน ระบบจะแสดงคำตอบที่ถูกต้องแม่นยำ พร้อมแสดงวิธีทำและขั้นตอนการคำนวณอย่างละเอียด เพื่อให้คุณทำความเข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น

ความน่าจะเป็นของชุดเหตุการณ์อิสระ

คุณสามารถใช้เครื่องคำนวณความน่าจะเป็นสำหรับชุดเหตุการณ์อิสระ เพื่อหาโอกาสที่การทดลองแต่ละครั้งจะมีเหตุการณ์อิสระเกิดขึ้นต่อเนื่องกัน สำหรับการใช้งานเครื่องมือนี้ คุณเพียงแค่ต้องกำหนดจำนวนครั้งที่เหตุการณ์นั้นๆ เกิดขึ้น ระบบก็พร้อมประมวลผลให้คุณทันที

เครื่องคำนวณความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบปกติ

เครื่องมือคำนวณการแจกแจงแบบปกติ (Normal Distribution Calculator) ช่วยให้คุณวิเคราะห์ความน่าจะเป็นภายใต้เส้นโค้งปกติได้อย่างสะดวกรวดเร็ว เพียงแค่กรอกค่าเฉลี่ย (Mean) μ, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) σ และขอบเขตที่ต้องการ ระบบจะสร้างค่าความน่าจะเป็นตามขอบเขตที่กำหนด รวมถึงคำนวณช่วงความเชื่อมั่น (Confidence Interval) สำหรับระดับความเชื่อมั่นต่างๆ ให้อัตโนมัติ

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับความน่าจะเป็น

ความน่าจะเป็น (Probability) คือ โอกาสที่เหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งจะเกิดขึ้น หากเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นอย่างแน่นอน ค่าความน่าจะเป็นจะเท่ากับ 1 แต่หากเหตุการณ์นั้นไม่มีทางเกิดขึ้นเลย ค่าความน่าจะเป็นจะเท่ากับ 0 ดังนั้น ค่าความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ใดๆ จะมีค่าอยู่ระหว่าง 0 ถึง 1 เสมอ การใช้เครื่องคำนวณความน่าจะเป็น จะช่วยเปลี่ยนเรื่องสถิติที่ซับซ้อนให้กลายเป็นการคำนวณที่ง่ายดายและรวดเร็ว

กฎการดำเนินการของเหตุการณ์ (Operations on Events)

ในทางคณิตศาสตร์ กลุ่มของผลลัพธ์ที่ได้จากการทดลองสุ่มจะเรียกว่า "เหตุการณ์ (Event)" ซึ่งถือเป็นสับเซต (Subset) ของปริภูมิตัวอย่าง (Sample Space) เราสามารถวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของเหตุการณ์ต่างๆ ผ่านกฎการดำเนินการของเซต ได้แก่ คอมพลีเมนต์ (Complement), อินเตอร์เซกชัน (Intersection) และยูเนียน (Union) มาเรียนรู้กฎความน่าจะเป็นแต่ละข้อผ่านตัวอย่างด้านล่างนี้กัน

ตัวอย่าง

สมมติว่าวิทยาลัยของคุณมีหลากหลายคณะ รวมถึง "คณะบริหารธุรกิจ" และมีนักศึกษาต่างชาติลงทะเบียนเรียนที่วิทยาลัยแห่งนี้ด้วย คุณต้องสัมภาษณ์นักศึกษาเพื่อทำโปรเจกต์ โดยตัดสินใจเลือกสัมภาษณ์นักศึกษาคนแรกที่เดินผ่านประตูเข้ามา คุณทราบข้อมูลความน่าจะเป็นเบื้องต้น ดังนี้:

A = นักศึกษาคนแรกมาจากคณะบริหารธุรกิจ

B = นักศึกษาคนแรกเป็นนักศึกษาต่างชาติ

P(A) = 0.6

P(B) = 0.3

คอมพลีเมนต์ (Complement) ของเหตุการณ์

คอมพลีเมนต์ของเหตุการณ์ คือ เซตของผลลัพธ์ทั้งหมดในปริภูมิตัวอย่าง (Sample Space) ที่ ไม่รวมอยู่ ในเหตุการณ์นั้นๆ

ตัวอย่างเช่น คอมพลีเมนต์ของเหตุการณ์ A หมายความว่า นักศึกษาคนแรกที่เดินเข้ามาไม่ได้มาจากคณะบริหารธุรกิจ ซึ่งสามารถเขียนแทนได้ด้วยสัญลักษณ์ \$A\prime\$ หรือ Aᶜ

มาดูภาพแสดงคอมพลีเมนต์ของเหตุการณ์ A ผ่านแผนภาพเวนน์กัน:

ส่วนเสริมของเหตุการณ์ A

ในแผนภาพเวนน์ด้านบน พื้นที่ที่ถูกแรเงาหรือมีสีจะแสดงถึงคอมพลีเมนต์ของเหตุการณ์ A

พื้นที่ทั้งหมดของสี่เหลี่ยมผืนผ้าแสดงถึงความน่าจะเป็นโดยรวมของปริภูมิตัวอย่าง ซึ่งมีค่าเท่ากับ 1 พอดี พื้นที่ที่อยู่นอกวงกลม A คือโอกาสของคอมพลีเมนต์ของเหตุการณ์ A แผนภาพเวนน์นี้ช่วยให้เราสร้างสมการความสัมพันธ์ได้ดังนี้:

$$P\left(A\right)+P\left(A^\prime\right)=1$$

ดังนั้น

$$P\left(A^\prime\right)=1-P\left(A\right)$$

ลองนำสูตรนี้มาคำนวณหาค่าความน่าจะเป็นต่อไปนี้

ความน่าจะเป็นที่นักศึกษาคนแรกที่คุณเลือกสัมภาษณ์ ไม่ได้ มาจากคณะบริหารธุรกิจ:

$$P\left(A^\prime\right)=1-P\left(A\right)=1-0.6=0.4$$

ความน่าจะเป็นที่นักศึกษาคนแรกที่คุณเลือกสัมภาษณ์ ไม่ใช่ นักศึกษาต่างชาติ:

$$P\left(B^\prime\right)=1-P\left(B\right)=1-0.3=0.7$$

อินเตอร์เซกชัน (Intersection) ของเหตุการณ์

อินเตอร์เซกชัน หรือ ส่วนร่วมของเหตุการณ์ A และ B คือ เซตที่ประกอบด้วยสมาชิกที่มีร่วมกันทั้งในเหตุการณ์ A และ B ในทางคณิตศาสตร์มักใช้คำว่า "และ" เพื่อเชื่อมสองเหตุการณ์นี้เข้าด้วยกัน

ในตัวอย่างที่ 1 อินเตอร์เซกชันของเหตุการณ์ A และ B หมายถึง การสุ่มได้นักศึกษาที่เป็น ทั้ง นักศึกษาต่างชาติ และ มาจากคณะบริหารธุรกิจ ซึ่งสามารถเขียนแทนได้ด้วยสัญลักษณ์:

$$A\cap B$$

มาดูภาพแสดงอินเตอร์เซกชันของเหตุการณ์ A และ B ในแผนภาพเวนน์กัน

ส่วนร่วมของเหตุการณ์ A และ B

ในแผนภาพเวนน์ด้านบน พื้นที่ที่มีการทับซ้อนกันจะแสดงถึงอินเตอร์เซกชันของเหตุการณ์ A และ B

สมมติให้การสุ่มได้นักศึกษาท้องถิ่น (นักศึกษาไทย) เป็นเหตุการณ์ C ตอนนี้เราจะมาดูเหตุการณ์ A และ C ในแผนภาพเวนน์

เหตุการณ์ A และเหตุการณ์ C

ในความเป็นจริง นักศึกษาคนหนึ่งไม่สามารถเป็นทั้งนักศึกษาต่างชาติและนักศึกษาท้องถิ่นในเวลาเดียวกันได้ หากนักศึกษาคนแรกที่คุณเลือกเป็นนักศึกษาต่างชาติ ก็จะตัดโอกาสที่เขาจะเป็นนักศึกษาท้องถิ่นออกไป ดังนั้น เหตุการณ์ A และ C จึงถือเป็น เหตุการณ์ที่ไม่เกิดร่วมกัน (Mutually Exclusive Events)

เหตุการณ์ที่ไม่เกิดร่วมกันจะไม่มีสมาชิกร่วมกันเลย ดังนั้นอินเตอร์เซกชันของสองเหตุการณ์นี้จึงเป็นเซตว่าง:

$$A\cap C=φ$$

ความน่าจะเป็นของอินเตอร์เซกชันสามารถคำนวณได้หลายวิธี สำหรับเหตุการณ์ A และ B สามารถเขียนสมการได้ดังนี้:

$$P\left(A\cap B\right)=P\left(A\right)+P\left(B\right)-P\left(A\cup B\right)$$

$$P\left(A\cap B\right)=P(A)× P(B/A)$$

$$P\left(A\cap B\right)=P(B)× P(A/B)$$

เหตุการณ์อิสระ (Independent Events)

เหตุการณ์อิสระ คือ เหตุการณ์ที่การเกิดหรือไม่เกิดของเหตุการณ์หนึ่ง ไม่มีผลกระทบต่อความน่าจะเป็นของอีกเหตุการณ์หนึ่ง ในตัวอย่างของเรา การที่นักศึกษาจะมาจากคณะบริหารธุรกิจหรือไม่นั้น ไม่ได้ส่งผลต่อโอกาสที่เขาจะเป็นนักศึกษาต่างชาติ ดังนั้น เราจึงสรุปได้ว่าเหตุการณ์ A และเหตุการณ์ B เป็นเหตุการณ์ที่เป็นอิสระต่อกัน

เมื่อเหตุการณ์เป็นอิสระต่อกัน ความน่าจะเป็นแบบมีเงื่อนไขของเหตุการณ์หนึ่งจะไม่ขึ้นอยู่กับอีกเหตุการณ์หนึ่ง ดังนั้น:

$$P(B/A)=B\ and\ P(A/B)=A$$

คุณสามารถนำหลักการนี้ไปปรับใช้กับสูตรที่เรียนรู้มาก่อนหน้า เพื่อหาความน่าจะเป็นของอินเตอร์เซกชันของสองเหตุการณ์ได้:

$$P\left(A\cap B\right)=P\left(A\right)× P\left(\mathrm{B/A}\right)P\left(A\cap B\right)=P(A)× P(B)$$

$$P\left(A\cap B\right)=P\left(B\right)× P\left(\mathrm{A/B}\right)P\left(A\cap B\right)=P(B)× P(A)$$

ดังนั้น คุณสามารถหาค่าอินเตอร์เซกชันของสองเหตุการณ์อิสระ ได้จากการนำความน่าจะเป็นของทั้งสองเหตุการณ์มาคูณกัน:

$$P\left(A\cap B\right)=P\left(A\right)× P\left(B\right)=P(B)× P(A)$$

เนื่องจากเหตุการณ์ A และ B เป็นอิสระต่อกัน ลองมาคำนวณความน่าจะเป็นที่นักศึกษาคนแรกที่คุณสุ่มสัมภาษณ์ จะมาจากคณะบริหารธุรกิจ และ เป็นนักศึกษาต่างชาติพร้อมกัน:

$$P\left(A\cap B\right)=P\left(A\right)× P\left(B\right)=0.6× 0.3=0.18$$

ยูเนียน (Union) ของเหตุการณ์

ยูเนียน หรือ ส่วนรวมของเหตุการณ์ คือ การรวมสมาชิกทั้งหมดของสองเหตุการณ์เข้าด้วยกัน ไม่ว่าสมาชิกนั้นจะอยู่ในเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง หรืออยู่ในทั้งสองเหตุการณ์ก็ตาม ในทางคณิตศาสตร์มักใช้คำว่า "หรือ" เพื่ออธิบายยูเนียนของสองเหตุการณ์

ในตัวอย่างที่ 1 ยูเนียนของเหตุการณ์ A และ B หมายถึง การสุ่มได้นักศึกษาที่เป็นนักศึกษาต่างชาติ หรือ เป็นนักศึกษาจากคณะบริหารธุรกิจ (หรือเป็นทั้งสองอย่าง) ซึ่งสามารถเขียนแทนได้ด้วยสัญลักษณ์:

$$A\cup B$$

มาดูภาพแสดงยูเนียนของเหตุการณ์ A และ B ในแผนภาพเวนน์กัน:

การรวมกันของเหตุการณ์ A และเหตุการณ์ B

พื้นที่ที่มีสีทั้งหมดในแผนภาพเวนน์ด้านบน แสดงถึงยูเนียนของเหตุการณ์ A และ B

ในการคำนวณความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ A หรือเหตุการณ์ B เราต้องนำความน่าจะเป็นของทั้งสองเหตุการณ์มาบวกกัน แล้วลบออกด้วยความน่าจะเป็นของอินเตอร์เซกชัน (ส่วนที่ซ้อนทับกัน)

สูตรคำนวณความน่าจะเป็นของยูเนียนสำหรับเหตุการณ์ A และ B เขียนได้ดังนี้:

$$P\left(A\cup B\right)=P\left(A\right)+P\left(B\right)-P\left(A\cap B\right)$$

เราสามารถประยุกต์สูตรด้านบน เพื่อหาความน่าจะเป็นของยูเนียนสำหรับสองเหตุการณ์อิสระได้ ในกรณีที่เราไม่ทราบค่าอินเตอร์เซกชัน แต่เรารู้ว่าทั้งสองเหตุการณ์เป็นอิสระต่อกัน

หากเหตุการณ์เป็นอิสระต่อกัน:

$$P\left(A\cap B\right)=P(A)× P(B)$$

ดังนั้น:

$$P\left(A\cup B\right)=P\left(A\right)+P\left(B\right)-P(A)× P(B)$$

ลองมาคำนวณความน่าจะเป็นของยูเนียนระหว่างเหตุการณ์ A และ B กัน: โอกาสที่เราจะสุ่มได้นักศึกษาที่เรียนคณะบริหารธุรกิจ, เป็นนักศึกษาต่างชาติ หรือเป็นทั้งสองอย่างพร้อมกัน มีค่าเท่าใด?

$$P(A\cup B)=P(A)+P(B)-P(A\cap B)=0.6+0.3-0.18=0.72$$

ด้วยตัวช่วยอย่าง เครื่องคำนวณความน่าจะเป็นของสองเหตุการณ์ หรือ โปรแกรมแก้โจทย์ความน่าจะเป็น คุณสามารถหาผลลัพธ์ทั้งหมดข้างต้นได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ เครื่องมือนี้ไม่เพียงแต่ให้คำตอบสุดท้าย แต่ยังแสดงขั้นตอนการคำนวณอย่างละเอียด ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากหากคุณต้องการเรียนรู้หรือตรวจสอบความถูกต้องของวิธีทำด้วยตัวเอง

การแจกแจงแบบปกติ (Normal Distribution)

เส้นโค้งของการแจกแจงแบบปกติ (Normal Distribution) จะมีลักษณะสมมาตรและมีรูปร่างคล้ายระฆังคว่ำ ในการแจกแจงแบบปกตินี้ ค่าเฉลี่ย (Mean), ค่ามัธยฐาน (Median) และฐานนิยม (Mode) จะมีค่าเท่ากันพอดี ข้อมูล 50% จะกระจุกตัวอยู่เหนือค่าเฉลี่ย และอีก 50% จะอยู่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ปลายเส้นโค้งทั้งสองด้านจะทอดยาวออกไปหาแกน X อย่างไม่มีที่สิ้นสุด แต่จะไม่แตะแกน X และพื้นที่ใต้เส้นโค้งทั้งหมดจะมีค่าเท่ากับ 1 เสมอ

การรวมกันของเหตุการณ์ A และเหตุการณ์ B

หากตัวแปรสุ่ม X มีการแจกแจงแบบปกติด้วยพารามิเตอร์ μ และ σ² เราสามารถเขียนสัญลักษณ์แทนได้ว่า X ~ N(μ, σ²)

ความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบปกติ

ฟังก์ชันความหนาแน่นของความน่าจะเป็น (Probability Density Function) ของการแจกแจงแบบปกติ สามารถเขียนได้ดังสมการด้านล่าง:

$$f\left(x\right)=\frac{1}{\sqrt{2π\sigma^2}}× e^\frac{-{(x-\mu)}^2}{2\sigma^2}$$

คำอธิบายตัวแปรในฟังก์ชัน:

  • μ คือ ค่าเฉลี่ย (Mean) ของการแจกแจง
  • σ² คือ ความแปรปรวน (Variance) ของการแจกแจง
  • π (พาย) มีค่าประมาณ 3.14
  • e (จำนวนออยเลอร์) มีค่าประมาณ 2.7182

ในความเป็นจริง เราไม่สามารถสร้างตารางความน่าจะเป็นสำหรับทุกๆ คู่ของค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานได้ เนื่องจากเส้นโค้งปกติมีรูปแบบที่แตกต่างกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ด้วยเหตุนี้ เราจึงใช้ การแจกแจงแบบปกติมาตรฐาน (Standard Normal Distribution) เข้ามาช่วย ซึ่งก็คือการแจกแจงแบบปกติที่มีค่าเฉลี่ย (μ) เท่ากับ 0 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (σ) เท่ากับ 1

ในการคำนวณความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบปกติ ขั้นแรกเราต้องแปลงค่าการแจกแจงจริงให้กลายเป็นการแจกแจงแบบปกติมาตรฐานโดยใช้ ค่ามาตรฐาน (Z-score) จากนั้นจึงไปเปิดตาราง Z-table เพื่อหาค่าความน่าจะเป็น อย่างไรก็ตาม เครื่องคำนวณความน่าจะเป็นแบบปกติ จะทำหน้าที่แทน Z-table โดยแปลงข้อมูลและแสดงผลค่าความน่าจะเป็นสำหรับระดับความเชื่อมั่นต่างๆ ให้คุณทันที

$$Z=\frac{X-\mu}{\sigma}$$

เส้นโค้งการแจกแจงแบบปกติมาตรฐาน ถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในการแก้ปัญหาทางสถิติในชีวิตจริง โดยเฉพาะการหาความน่าจะเป็นของ ตัวแปรต่อเนื่อง (Continuous Variables) ซึ่งหมายถึงตัวแปรที่สามารถเป็นค่าตัวเลขใดๆ ก็ได้ รวมถึงจุดทศนิยม ตัวอย่างของตัวแปรต่อเนื่อง ได้แก่ ส่วนสูง, น้ำหนัก และอุณหภูมิ

มาเรียนรู้วิธีหาความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบปกติ ผ่านตัวอย่างด้านล่างนี้กัน

ตัวอย่าง

คะแนนสอบวิชาสถิติของนักเรียนกลุ่มหนึ่ง มีการแจกแจงแบบปกติ โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 65 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 10 จงหาความน่าจะเป็นในสถานการณ์ต่อไปนี้ หากสุ่มเลือกนักเรียนมา 1 คน:

  • คะแนนสอบของนักเรียนเท่ากับหรือมากกว่า 70
  • คะแนนสอบของนักเรียนน้อยกว่า 70
  • คะแนนสอบของนักเรียนอยู่ระหว่าง 50 ถึง 70

วิธีทำ (Solution)

$$P\left(X≥70\right)=P\left(Z≥\frac{70-65}{10}\right)=P\left(Z≥0.5\right)=1-0.6915=0.3085$$

$$P\left(X<70\right)=P\left(Z<\frac{70-65}{10}\right)=P\left(Z<0.5\right)=0.6915$$

$$P\left(50>X>70\right)=P\left(\frac{50-65}{10}>Z>\frac{70-65}{10}\right)=P\left(1.5>Z>0.5\right)=0.4332+0.1915=0.6247$$

การคำนวณความน่าจะเป็นจากเส้นโค้งปกตินั้นมีหลายขั้นตอน และจำเป็นต้องเปิดตาราง Z-table แต่ในทางกลับกัน เครื่องคำนวณความน่าจะเป็นของการแจกแจงแบบปกติ ช่วยลดความยุ่งยากเหล่านี้ลงได้ เพียงแค่คุณกรอกตัวเลข 4 ค่าลงในระบบ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน, ขอบเขตด้านซ้าย และขอบเขตด้านขวา เครื่องมือก็จะคำนวณและแสดงผลลัพธ์ที่รวดเร็วและแม่นยำให้คุณทันที!