คำนวณคณิตศาสตร์
เครื่องคำนวณเปอร์เซ็นต์

เครื่องคำนวณเปอร์เซ็นต์

เครื่องคำนวณเปอร์เซ็นต์จะคำนวณเปอร์เซ็นต์ของตัวเลข เปอร์เซ็นต์เปลี่ยนแปลง และตัวเลขที่มีเปอร์เซ็นต์มาให้

Result

6 is 30% of 20

15% of 200 = 30

3500 increase 22% = 4270
9700 decrease 35% = 6305

Difference of 1 and 3 is 100%,
and 3 is a 200% increase of 1

เกิดข้อผิดพลาดกับการคำนวณของคุณ

สารบัญ

  1. เครื่องคำนวณเปอร์เซ็นต์ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย
  2. การใช้เปอร์เซ็นต์
  3. วิธีการตีความหมายของเปอร์เซ็นต์
  4. สูตรคำนวณเปอร์เซ็นต์โดยละเอียด
  5. การใช้เครื่องคำนวณ
  6. วิธีการคำนวณเปอร์เซ็นต์ของตัวเลข
  7. วิธีการคำนวณเปอร์เซ็นต์ที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง
  8. วิธีการกรอกค่า
  9. กฎและคำแนะนำในการใช้เครื่องคำนวณ
  10. ประวัติศาสตร์ของเปอร์เซ็นต์

เครื่องคำนวณเปอร์เซ็นต์

เครื่องคำนวณเปอร์เซ็นต์ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย

การใช้เปอร์เซ็นต์

เปอร์เซ็นต์คือร้อยละของตัวเลขจำนวนเต็ม ที่ได้มาจากการแบ่งจำนวนใดจำนวนหนึ่งออกเป็น 100 ส่วน ตัวอย่างเช่น นักลงทุนอาจต้องการจะทราบสัดส่วนของกำไรหรือขาดทุนเมื่อเทียบกับจำนวนเงินที่ลงทุนไป ครูอาจต้องการทราบว่านักเรียนที่สอบผ่านนั้นคิดเป็นสัดส่วนเท่าใดของจำนวนนักเรียนทั้งหมด ผู้จัดการโครงการอาจต้องการทราบว่าเงินทุนที่อัดฉีดให้กับโครงการนั้นคิดเป็นสัดส่วนเท่าใดของเงินทุนทั้งหมด เปอร์เซ็นต์คือจำนวนที่เหมาะสมที่สุดในการสรุปข้อมูลดังกล่าวนี้

เมื่อนักลงทุนทุ่มเงิน $12,000 และได้รับผลกำไร $3,000 เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาลงทุน ผลกำไรที่ได้คิดเป็น \$\frac{3,000}{12,000}=\frac{1}{4}\$ ของเงินลงทุน เราสามารถเขียนเศษส่วนให้อยู่ในรูปของเปอร์เซ็นต์ได้ด้วยการคูณด้วย 100% โดยที่ % คือเครื่องหมายเปอร์เซ็นต์ ดังนั้น เราจะได้ว่า

$$\frac{3,000}{12,000} × 100\% = 25\%$$

ค่า 25% มีความหมายดังนี้ นักลงทุนทำกำไรได้ 25 ดอลลาร์ในทุก ๆ 100 ดอลลาร์ของเงินลงทุน เนื่องจาก 25 คือหนึ่งในสี่ของ 100 เราจะกล่าวว่านักลงทุนได้กำไรหนึ่งในสี่ของทุก ๆ ดอลลาร์ที่ลงทุนไปก็ได้

ดังนั้น ถ้า T คือเงินลงทุนทั้งหมด (ตัวส่วน) กำไร p คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ดังนี้

$$\frac{p}{T} × 100\%$$

ในบทความนี้ เราจะมาเรียนรู้เกี่ยวกับเปอร์เซ็นต์ในบริบทของการลงทุนกัน

วิธีการตีความหมายของเปอร์เซ็นต์

เราตีความหมายของค่าเปอร์เซ็นต์โดยดูจากตัวส่วนของจำนวนที่ให้ โดยในตัวอย่างข้างต้นนั้น ตัวส่วนคือจำนวนเงินลงทุนทั้งหมด ซึ่งในบริบทของการลงทุน เราจะตีความหมายของเปอร์เซ็นต์ได้ดังนี้

  • 0% หมายความว่าการลงทุนทำกำไรไม่ได้เลย เงินที่ได้รับเมื่อสิ้นสุดระยะเวลาลงทุนมีค่าเท่ากับเงินทุน
  • 50% หมายความว่ากำไรที่ได้รับมีค่าครึ่งหนึ่งของเงินทุน
  • 100% หมายความว่าได้รับผลกำไรเท่ากับเงินทุน
  • มากกว่า 100% หมายความว่าได้รับผลกำไรมากกว่าเงินทุน
  • น้อยกว่า 0% หมายความว่าขาดทุน

สูตรคำนวณเปอร์เซ็นต์โดยละเอียด

ให้ T เป็นเงินทุนและ A คือผลตอบแทนที่ได้ เราจะสามารถคำนวณผลกำไรได้ดังนี้

$$p = A - T$$

คิดผลกำไรเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ดังนี้

$$\frac{A-T}{T} × 100\%$$

ถ้าผลตอบแทน A น้อยกว่าเงินทุน T ค่าของ p จะติดลบ หมายความว่าเราไม่ได้รับผลกำไรใด ๆ เลย หรือขาดทุนนั้นเอง โดยเราสามารถแสดงจำนวนเงินที่ขาดทุนให้อยู่ในรูปของเปอร์เซ็นต์ได้ดังนี้

$$\frac{T-A}{T} × 100\%$$

การใช้เครื่องคำนวณ

ต่อไปนี้คือค่าต่าง ๆ ที่เครื่องคำนวณเปอร์เซ็นต์สามารถคำนวณได้

  • ทราบตัวเลข คำนวณเปอร์เซ็นต์ของตัวเลขนั้นได้
  • ทราบเปอร์เซ็นต์ของตัวเลข คำนวณตัวเลขนั้นได้
  • เมื่อตัวเลขหนึ่งเพิ่มขึ้นเป็นอีกตัวเลขหนึ่ง สามารถคำนวณเปอร์เซ็นต์ที่เพิ่มขึ้นได้
  • เมื่อตัวเลขหนึ่งลดลงเป็นอีกตัวเลขหนึ่ง สามารถคำนวณเปอร์เซ็นต์ที่ลดลงได้
  • เมื่อมีส่วนต่างของจำนวนสองตัว สามารถคำนวณได้ว่าส่วนต่างนั้นคิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของค่าเฉลี่ยของจำนวนสองตัวดังกล่าว

วิธีการคำนวณเปอร์เซ็นต์ของตัวเลข

สมมุติว่านักลงทุนได้กำไร 3,000 บาทและต้องการถอนผลกำไรออกมา 20% และเก็บส่วนที่เหลือเอาไว้เพื่อลงทุนต่อ ดังนั้น จำนวนเงินที่ถอนออกมาจะมีค่าเป็น 20% ของ 3,000 ซึ่งเท่ากับ

$$\frac{20}{100} × 3,000 = 600$$

จำนวนเงินที่เก็บไว้ลงทุนต่อคือ (100%-20%)=80% ของ 3,000 ซึ่งเท่ากับ

$$\frac{80}{100} × 3,000 = 2,400$$

เครื่องคำนวณเปอร์เซ็นต์สามารถหาสองค่านี้ได้

วิธีการคำนวณเปอร์เซ็นต์ที่เพิ่มขึ้นหรือลดลง

สมมุติว่านักลงทุนทำการลงทุนไป 12,000 บาทเมื่อตอนต้นปี และลงทุนอีก 15,000 บาทตอนต้นปีหน้า เงินทุนเพิ่มขึ้นมา 3,000 บาท

$$15,000 – 12,000 = 3,000$$

เราต้องการหาเปอร์เซ็นต์ที่เพิ่มขึ้นจากเงินทุนก้อนแรก 12,000 บาท ดังนั้น เปอร์เซ็นต์ที่เพิ่มขึ้นของเงินทุนคือ

$$\frac{15,000-12,000}{12,000} × 100\% = \frac{3,000}{12,000} × 100\% = 25\%$$

ดังนั้น เงินลงทุนเพิ่มขึ้น 25%

วิธีการกรอกค่า

เรามีเครื่องคำนวณเปอร์เซ็นต์ส่วนต่างสำหรับการหาจำนวนข้างต้น ซึ่งจะช่วยให้เราทราบว่าการตัวเลขนั้นเพิ่มขึ้นหรือลดลง เงิน 12,000 บาท คือเงินลงทุนก้อนแรก ดังนั้น เราจึงต้องกรอกจำนวนนี้ในกล่อง “ค่าที่ 1” และกรอก 15,000 บาท ในกล่อง “ค่าที่ 2” จากนั้นให้กดปุ่ม “คำนวณ” ผลลัพธ์จากเครื่องคำนวณคือ 25% แสดงว่าค่าเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์จะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงถ้าคุณกรอก 15,000 บาท ในกล่องแรกและ 12,000 บาท ในกล่องที่สอง เงินลงทุนก้อนที่สองจะเป็น 12,000 บาท ซึ่งลดลงมา 25% จากเงินลงทุนก้อนแรก 15,000 บาท

นอกจากนี้ ถ้าสิ้นปีแรกได้กำไร 3,000 บาท และ 2,700 บาทเมื่อสิ้นปีต่อมา แปลว่ากำไรของปีที่สองลดลง 300 บาท (3,000 บาท – 2,700 บาท) เราสามารถหาจำนวนเปอร์เซ็นต์ที่ลดลงของกำไรได้โดยให้กำไรก้อนแรก 3,000 บาท เป็นจุดอ้างอิง เปอร์เซ็นต์ที่ลดลงของกำไรคือ

$$\frac{3,000-2,700}{3,000}×100\%=\frac{300}{3,000}×100\%=10\%$$

ดังนั้น กำไรลดลง 10%.

กฎและคำแนะนำในการใช้เครื่องคำนวณ

เครื่องคำนวณจะใช้ตัวเลขที่คุณกรอกในการคำนวณหาค่าเปอร์เซ็นต์ต่าง ๆ คุณจะกรอกจำนวนลบก็ได้ แต่เราแนะนำให้คุณกรอกจำนวนบวกดีกว่า เพราะจำนวนบวกนั้นทำความเข้าใจและตีความหมายได้ง่ายกว่า

หน้าเว็บมีเครื่องคำนวณ 6 เครื่องด้วยกัน บางเครื่องมีหน้าที่เหมือนกัน เครื่องคำนวณหลักคือเครื่องแรกที่คุณเห็นบนหน้าเพจ มันสามารถคำนวณทุกอย่างที่เครื่องอื่น ๆ คำนวณได้ แต่คุณจะต้องหาค่าที่ต้องใช้ในการคำนวณล่วงหน้ามาก่อน แต่เครื่องคำนวณอื่น ๆ จะใช้ง่ายกว่า ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องทำการคำนวณหาค่าอะไรล่วงหน้ามาก่อน

ประวัติศาสตร์ของเปอร์เซ็นต์

แนวคิดในการแสดงออกถึงส่วนประกอบของสิ่งทั้งหมดในสัดส่วนเดียวกันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเกิดจากความต้องการทางปฏิบัติ มีต้นกำเนิดมาจากบาบิโลนโบราณ แท็บเล็ตที่เขียนด้วยอักษรคูนิฟอร์มของชาวบาบิโลนรวมถึงการคำนวณที่เกี่ยวข้องกับอัตราส่วนและเปอร์เซ็นต์ สะท้อนถึงความเข้าใจทางคณิตศาสตร์ที่ก้าวหน้าของพวกเขา ชาวบาบิโลนใช้ระบบตัวเลขฐาน-60 ที่รู้จักในชื่อเซ็กซาเจซิมอลสำหรับการคำนวณทางคณิตศาสตร์ของพวกเขา

นักคณิตศาสตร์ชาวอินเดียใช้สัดส่วนเพื่อคำนวณเปอร์เซ็นต์ด้วยกฎสามเท่า พวกเขายังสามารถใช้ค่าเปอร์เซ็นต์ในการคำนวณที่ซับซ้อนอีกด้วย

ชาวโรมันโบราณก็มีการใช้ค่าเปอร์เซ็นต์อย่างแพร่หลายเช่นเดียวกัน คำว่า “เปอร์เซ็นต์” นั้น แท้จริงมาจากคำว่า “โปร เซ็นตัม” ในภาษาละติน ซึ่งแปลว่า “ในหนึ่งร้อย”

ชาวโรมันเรียกเปอร์เซ็นต์ว่าเป็นผลรวมของเงินที่ลูกหนี้จ่ายให้เจ้าหนี้ในจำนวนหนึ่งร้อย รัฐสภาของโรมได้ตั้งเปอร์เซ็นต์สูงสุดที่เจ้าหนี้สามารถเรียกเก็บได้เพราะเจ้าหนี้บางคนเก็บดอกเบี้ยสูงเกินไป

ชาวโรมันส่งต่อความรู้เรื่องเปอร์เซ็นต์ให้ประเทศอื่น ๆ ในยุโรป

เนื่องจากในช่วงยุคกลางของยุโรปได้มีการพัฒนาด้านการค้าอย่างกว้างขวาง ความสามารถในการคำนวณเปอร์เซ็นต์จึงกลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ในยุคนั้น ผู้คนไม่เพียงแต่จะต้องคำนวณเปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่จะต้องคำนวณเปอร์เซ็นต์ของเปอร์เซ็นต์ด้วย หรือที่เราเรียกกันว่าดอกเบี้ยทบต้นทบดอกในทุกวันนี้ แต่ละองค์กรได้พัฒนาตารางขึ้นมาเป็นของตัวเองเพื่อทำให้การคำนวณเปอร์เซ็นต์ง่ายขึ้น ซึ่งถือเป็นความลับอย่างหนึ่งขององค์กร

มีความเชื่อกันว่านักวิทยาศาสตร์ชาวเบลเยียมชื่อว่า ไซมอน สตีวิน วิศวกรจากเมืองบรูจส์เป็นผู้นำ “เปอร์เซ็นต์” มาใช้ในวิทยาศาสตร์ เขาตีพิมพ์ตารางสำหรับการคำนวณหาเปอร์เซ็นต์ในปี 1584

เครื่องหมาย % คาดกันว่าน่าจะมาจากคำว่า เซ็นโต ในภาษาละติน ที่มักจะเขียนย่อ ๆ ว่า “cto” ในการคำนวณเปอร์เซ็นต์ แต่เมื่อมีการพัฒนาการเขียนตัวอักษรตัวเขียนให้ง่ายขึ้นกว่าเดิม ตัว t จึงกลายเป็นเครื่องหมายทับ (/) จนเราได้เครื่องหมาย % ที่ใช้กันในปัจจุบันนี้

เรื่องเล่าเกี่ยวกับต้นกำเนิดของเครื่องหมายเปอร์เซ็นต์มีอีกเรื่องหนึ่งด้วย ว่ากันว่ามันเกิดขึ้นว่าเพราะช่างเรียงพิมพ์ทำงานผิดพลาดเมื่อปี 1685 “คู่มือการคำนวณทางพิณิชย์” ตีพิมพ์ออกมาโดยมีเครื่องหมาย % แทน “cto”

มนุษย์ได้ใช้เปอร์เซ็นต์มาเป็นเวลานานแล้วเพื่อคำนวณผลกำไรและขาดทุนของเงินทุก ๆ 100 หน่วย โดยหลักแล้ว เมื่อก่อนเปอร์เซ็นต์มักใช้ในการค้าขายและธุรกรรมทางการเงิน แต่หลังจากนั้นก็ได้เริ่มมีการใช้เปอร์เซ็นต์ในสาขาวิชาและสายงานอื่น ๆ ด้วย ปัจจุบันนี้ เปอร์เซ็นต์ก็ถูกใช้ในการคำนวณทางเศรษฐศาสตร์ การเงิน สถิติ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีด้วย