ไม่พบผลลัพธ์
เราไม่พบอะไรกับคำที่คุณค้นหาในตอนนี้, ลองค้นหาอย่างอื่นดู
เครื่องคำนวณ BMI ออนไลน์ฟรี ช่วยประเมินดัชนีมวลกายสำหรับเด็กและผู้ใหญ่อย่างแม่นยำตามมาตรฐาน WHO และ CDC เช็คสุขภาพและน้ำหนักที่เหมาะสมของคุณได้เลยที่นี่!
ดัชนีมวลกาย
น้ำหนักน้อยเกินไป
ปกติ
น้ำหนักเกิน
โรคอ้วน
| ดัชนีมวลกาย (BMI) | 24.2 kg/m2 |
|---|---|
| หมวดหมู่ BMI | น้ำหนักที่สุขภาพดี |
| ช่วง BMI ที่สุขภาพดี | 18.5 kg/m2 - 25 kg/m2 |
| น้ำหนักที่สุขภาพดีตามความสูง | 135.1 lbs - 182.6 lbs |
| เพิ่มเพื่อให้ได้ BMI 18.5 kg/m2 | - |
| ลดเพื่อให้ได้ BMI 25 kg/m2 | - |
| ดัชนีพอนเดอรัล | 13.27 kg/m3 |
เกิดข้อผิดพลาดกับการคำนวณของคุณ
คุณสามารถใช้เครื่องคำนวณดัชนีมวลกาย (BMI Calculator) เพื่อประเมินค่า BMI และตรวจสอบเกณฑ์น้ำหนักของคุณตามช่วงอายุได้อย่างแม่นยำ ระบบของเครื่องคำนวณจะตั้งค่าเริ่มต้นเป็น "ระบบเมตริก" (กิโลกรัม/เซนติเมตร) โดยคุณสามารถเปลี่ยนไปใช้ "ระบบการวัดอเมริกัน" (ปอนด์/ฟุต) หรือใช้เครื่องมือแปลงหน่วยในแท็บ "หน่วยอื่น ๆ" ได้ตามต้องการ นอกจากนี้ ระบบยังช่วยคำนวณค่าดัชนีความหนักของร่างกาย (Ponderal Index) ควบคู่ไปกับค่า BMI เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
ดัชนีมวลกาย (Body Mass Index: BMI) คือมาตรวัดเบื้องต้นที่ใช้ประเมินความอ้วนหรือความผอมของแต่ละบุคคล โดยคำนวณจากน้ำหนักและส่วนสูง ค่าที่ได้จะช่วยบ่งบอกถึงปริมาณมวลไขมันและเนื้อเยื่อในร่างกาย ทำให้คุณทราบว่าสัดส่วนน้ำหนักต่อส่วนสูงของคุณอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมหรือไม่
ผลลัพธ์จากการคำนวณค่า BMI จะเป็นตัวกำหนดว่าคุณอยู่ในเกณฑ์น้ำหนักน้อยเกินไป น้ำหนักปกติ น้ำหนักเกิน หรือเข้าข่ายโรคอ้วน ในบางกรณี ค่า BMI อาจถูกแบ่งย่อยลงไปอีก เช่น น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์อย่างรุนแรง หรือโรคอ้วนระดับอันตราย ซึ่งช่วงเกณฑ์ BMI เหล่านี้จะมีความแตกต่างกันไปตามปัจจัยต่าง ๆ เช่น ภูมิภาคและช่วงอายุ
ภาวะโรคอ้วนหรือภาวะทุพโภชนาการ (ขาดสารอาหาร) ล้วนส่งผลกระทบที่ร้ายแรงต่อสุขภาพ แม้ว่าค่า BMI จะไม่ใช่ตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของร่างกายที่สมบูรณ์แบบ 100% แต่นับเป็นดัชนีชี้วัดเบื้องต้นที่มีประโยชน์อย่างมากในการประเมินว่าคุณควรเข้ารับการตรวจสุขภาพเพิ่มเติม หรือต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือไม่ คุณสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจำแนกประเภทและการคำนวณ BMI ได้จากตารางด้านล่าง
การจำแนกเกณฑ์น้ำหนักตัวนี้อ้างอิงตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) สำหรับผู้ใหญ่ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป
| หมวดหมู่ | ช่วง BMI - กก./ตร.ม |
|---|---|
| น้ำหนักน้อยอย่างรุนแรง | < 16 |
| น้ำหนักน้อยปานกลาง | 16 - 17 |
| น้ำหนักน้อยเล็กน้อย | 17 - 18.5 |
| ปกติ (สุขภาพดี) | 18.5 - 25 |
| น้ำหนักเกิน | 25 - 30 |
| อ้วนระดับ 1 | 30 - 35 |
| อ้วนระดับ 2 | 35 - 40 |
| อ้วนระดับ 3 | > 40 |
กราฟด้านล่างแสดงการจำแนกเกณฑ์ BMI ประเภทต่าง ๆ ตามข้อมูลสถิติจากองค์การอนามัยโลก (WHO) เส้นทึบแสดงถึงเกณฑ์การแบ่งหมวดหมู่หลัก ในขณะที่เส้นประแสดงถึงหมวดหมู่ย่อย

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) แนะนำให้ใช้ค่า BMI เป็นเครื่องมือในการประเมินสุขภาพเบื้องต้นสำหรับเด็กและวัยรุ่นที่มีอายุระหว่าง 2 ถึง 20 ปี
| หมวดหมู่ | ช่วงเปอร์เซ็นไทล์ |
|---|---|
| น้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ | <5% |
| น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์สุขภาพดี | 5% - 85% |
| มีความเสี่ยงภาวะน้ำหนักเกิน | 85% - 95% |
| น้ำหนักเกินเกณฑ์ | >95% |
CDC ได้จัดทำกราฟแสดงการเพิ่มขึ้นของค่า BMI โดยเทียบกับเปอร์เซ็นไทล์การเจริญเติบโตตามช่วงอายุ
ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพร้ายแรงหลายประการ โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ได้ระบุปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญไว้ดังนี้:
การมีน้ำหนักเกินส่งผลเสียต่อร่างกายในหลายด้านและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ดังนั้น การรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่มีสุขภาพดี (ค่า BMI ต่ำกว่า 25 กก./ตร.ม.) จึงเป็นเรื่องสำคัญ อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินว่าควรปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตอย่างไรเพื่อการรักษาสุขภาพให้ดียิ่งขึ้น
ปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับภาวะน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ ได้แก่:
การที่น้ำหนักตัวลดลงอย่างต่อเนื่องอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคประจำตัวที่ร้ายแรง หรือความผิดปกติในการรับประทานอาหาร เช่น โรคคลั่งผอม (Anorexia) หากคุณสงสัยว่าตัวคุณเองหรือคนใกล้ตัวมีปัญหาน้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ควรปรึกษาแพทย์ทันที
แม้ว่าดัชนีมวลกาย (BMI) จะเป็นเครื่องมือที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในการประเมินเกณฑ์น้ำหนักเพื่อสุขภาพ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดหลายประการ เช่น ไม่ได้สะท้อนถึงสัดส่วนของร่างกายทั้งหมด ไม่ครอบคลุมความหลากหลายของสรีระ และไม่สามารถแยกแยะระหว่างปริมาณไขมัน กล้ามเนื้อ และมวลกระดูกได้ ด้วยเหตุนี้ จึงควรใช้ค่า BMI ร่วมกับตัวชี้วัดสุขภาพอื่น ๆ
เครื่องคำนวณ BMI ออนไลน์มักจะประเมินผลลัพธ์จากส่วนสูงและน้ำหนักเป็นหลัก โดยไม่ได้นำตัวแปรเฉพาะบุคคลที่อาจส่งผลต่อความแม่นยำมาคำนวณร่วมด้วย อย่างที่ทราบกันดีว่า ค่า BMI ไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่าง "น้ำหนักจากกล้ามเนื้อ" และ "น้ำหนักจากไขมัน" ได้ จึงไม่ใช่การวัดปริมาณไขมันในร่างกายโดยตรง นอกจากนี้ ปัจจัยต่าง ๆ เช่น อายุ เพศ เชื้อชาติ มวลกล้ามเนื้อ และระดับการออกกำลังกาย ล้วนมีผลต่อการอ่านและการตีความค่า BMI ทั้งสิ้น
ตัวอย่างเช่น ผู้สูงอายุที่ใช้ชีวิตแบบไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกายนั่งหรือนอนเป็นส่วนใหญ่ อาจมีไขมันสะสมตามร่างกายสูงอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าน้ำหนักรวมจะไม่อยู่ในเกณฑ์น้ำหนักเกินก็ตาม ในแง่ของสุขภาพ บุคคลนี้อาจมีความเสี่ยงและไม่แข็งแรงนัก แต่หากประเมินจากค่า BMI เพียงอย่างเดียว ผลลัพธ์อาจระบุว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ
ในทางกลับกัน นักเพาะกายที่มีมวลกล้ามเนื้อหนาแน่น เนื่องจากกล้ามเนื้อมีน้ำหนักมากกว่าไขมันเมื่อเทียบในปริมาตรที่เท่ากัน นักเพาะกายหลายคนจึงอาจมีค่า BMI สูงจนเกือบแตะขีดจำกัดของน้ำหนักปกติ หรืออาจถูกประเมินว่ามีน้ำหนักเกิน ทั้งที่ในความเป็นจริงพวกเขามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ มีรูปร่างที่กระชับ และมีเปอร์เซ็นต์ไขมันต่ำ บุคคลจะดูเพรียวบางและมีน้ำหนักมากได้เมื่อมีมวลกล้ามเนื้อที่หนาแน่น
ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ยังระบุเพิ่มเติมว่า:
ตัวแปรที่เป็นข้อจำกัดของค่า BMI ในผู้ใหญ่ สามารถนำมาใช้กับการประเมินในวัยรุ่นและเด็กได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ อัตราการเพิ่มความสูงและระดับการพัฒนาการทางเพศในช่วงวัยเจริญพันธุ์ ล้วนส่งผลกระทบต่อทั้งค่า BMI และเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย
สำหรับเด็กที่เข้าข่ายโรคอ้วน ค่า BMI จะสามารถพยากรณ์ปริมาณไขมันส่วนเกินในร่างกายได้แม่นยำกว่าเด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกินเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้ ค่า BMI ที่สูงขึ้นอาจมาจากมวลไขมัน หรือมาจากมวลร่างกายไร้ไขมัน (Fat-Free Mass: องค์ประกอบทั้งหมดของร่างกายที่ไม่ใช่ไขมัน เช่น น้ำ อวัยวะ กล้ามเนื้อ ฯลฯ) ในกลุ่มเด็กที่มีปริมาณไขมันน้อย ความคลาดเคลื่อนของค่า BMI มักมีสาเหตุมาจากมวลร่างกายไร้ไขมัน
โดยสรุปแล้ว สำหรับคนทั่วไป ค่า BMI ถือเป็นตัวชี้วัดเบื้องต้นที่มีประโยชน์ในการประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เกิดจากภาวะน้ำหนักน้อย น้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วน อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดที่กล่าวมา ค่า BMI จึงควรเป็นเพียง "หนึ่งในเครื่องมือ" สำหรับประเมินสุขภาพและน้ำหนักตัวของแต่ละบุคคล โดยต้องใช้ร่วมกับการตรวจประเมินสุขภาพด้านอื่น ๆ และคำแนะนำจากแพทย์เสมอ
ด้านล่างนี้คือสมการที่ใช้ในการคำนวณค่า BMI ทั้งในระบบหน่วยวัดระหว่างประเทศ หรือระบบเมตริก (SI) และระบบการวัดอเมริกัน (USC) โดยอ้างอิงตัวอย่างจากบุคคลที่มีส่วนสูง 5 ฟุต 10 นิ้ว และมีน้ำหนัก 160 ปอนด์
ระบบการวัดอเมริกัน:
$$BMI=703 \times \frac{\text{น้ำหนัก(ปอนด์)}}{\text{ส่วนสูง(นิ้ว)}^{2}} = 703 \times \frac{160}{70^{2}} = 22.96 \frac{กก.}{ม.^{2}}$$
ระบบหน่วยวัดระหว่างประเทศ, ระบบเมตริก:
$$BMI=\frac{\text{น้ำหนัก(กก.)}}{\text{ส่วนสูง(ม.)}^{2}} = \frac{72.57}{1.78^{2}} = 22.90 \frac{กก.}{ม.^{2}}$$
ดัชนีความหนักของร่างกาย (Ponderal Index: PI) คืออีกหนึ่งตัวชี้วัดที่ใช้ประเมินความอ้วนของบุคคลตามสัดส่วนของน้ำหนักและส่วนสูง ข้อแตกต่างที่สำคัญระหว่าง BMI และดัชนีความหนักของร่างกายก็คือ สูตรของดัชนีความหนักของร่างกาย (ดังแสดงด้านล่าง) จะนำส่วนสูงมาคำนวณด้วยการยกกำลังสาม ไม่ใช่การยกกำลังสอง
แม้ว่าค่า BMI จะเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างมากในการศึกษาประชากรกลุ่มใหญ่ แต่กลับมีความน่าเชื่อถือน้อยกว่าเมื่อใช้ระบุระดับความผอมหรือโรคอ้วนในระดับบุคคล ดัชนี PI จึงมีความแม่นยำและน่าเชื่อถือมากกว่าเมื่อนำไปใช้กับผู้ที่มีรูปร่างเตี้ยมากหรือสูงมาก เนื่องจากค่า BMI มักจะประเมินปริมาณไขมันในร่างกายคลาดเคลื่อน (สูงผิดปกติหรือต่ำผิดปกติ) สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักและส่วนสูงอยู่นอกเหนือค่าเฉลี่ยมาตรฐาน
ด้านล่างนี้คือสมการในการคำนวณค่าดัชนีความหนักของร่างกาย (PI) ของบุคคล โดยอ้างอิงตัวอย่างจากผู้ที่มีส่วนสูง 5 ฟุต 10 นิ้ว และน้ำหนัก 160 ปอนด์:
ระบบการวัดอเมริกัน:
$$PI={\frac{\text{ส่วนสูง(นิ้ว)}}{\sqrt[3]{\text{มวล(ปอนด์)}}}=\frac{70}{{\sqrt[3]{160}}}=12.89\frac{\text{นิ้ว}}{\sqrt[3]{\text{ปอนด์}}}}$$
ระบบหน่วยวัดระหว่างประเทศ, ระบบเมตริก:
$$PI=\frac{\text{น้ำหนัก(กก.)}}{\text{ส่วนสูง(ม.)}^{3}} = \frac{72.57}{1.78^{3}} = 12.87 \frac{กก.}{ม.^{3}}$$