เครื่องคำนวณ BMI

เครื่องคำนวณ BMI ออนไลน์ฟรี ช่วยประเมินดัชนีมวลกายสำหรับเด็กและผู้ใหญ่อย่างแม่นยำตามมาตรฐาน WHO และ CDC เช็คสุขภาพและน้ำหนักที่เหมาะสมของคุณได้เลยที่นี่!

ดัชนีมวลกาย

น้ำหนักน้อยเกินไป

ปกติ

น้ำหนักเกิน

โรคอ้วน

ดัชนีมวลกาย (BMI) 24.2 kg/m2
หมวดหมู่ BMI น้ำหนักที่สุขภาพดี
ช่วง BMI ที่สุขภาพดี 18.5 kg/m2 - 25 kg/m2
น้ำหนักที่สุขภาพดีตามความสูง 135.1 lbs - 182.6 lbs
เพิ่มเพื่อให้ได้ BMI 18.5 kg/m2 -
ลดเพื่อให้ได้ BMI 25 kg/m2 -
ดัชนีพอนเดอรัล 13.27 kg/m3

เกิดข้อผิดพลาดกับการคำนวณของคุณ

สารบัญ

  1. ภาพรวมของค่าดัชนีมวลกาย (BMI)
  2. ตาราง BMI สำหรับผู้ใหญ่
  3. แผนภูมิแสดงค่า BMI สำหรับผู้ใหญ่
  4. ตาราง BMI สำหรับเด็กและวัยรุ่นอายุ 2-20 ปี
  5. แผนภูมิค่า BMI สำหรับเด็กและวัยรุ่นอายุ 2-20 ปี
  6. ปัจจัยเสี่ยงจากการมีน้ำหนักเกินและโรคอ้วน
  7. ความเสี่ยงจากภาวะน้ำหนักน้อยเกินไป
  8. ข้อจำกัดของค่า BMI
    1. สำหรับผู้ใหญ่:
    2. สำหรับวัยรุ่นและเด็ก:
  9. สูตรการคำนวณ BMI
  10. ดัชนีความหนักของร่างกาย (Ponderal Index)

เครื่องคำนวณ BMI

คุณสามารถใช้เครื่องคำนวณดัชนีมวลกาย (BMI Calculator) เพื่อประเมินค่า BMI และตรวจสอบเกณฑ์น้ำหนักของคุณตามช่วงอายุได้อย่างแม่นยำ ระบบของเครื่องคำนวณจะตั้งค่าเริ่มต้นเป็น "ระบบเมตริก" (กิโลกรัม/เซนติเมตร) โดยคุณสามารถเปลี่ยนไปใช้ "ระบบการวัดอเมริกัน" (ปอนด์/ฟุต) หรือใช้เครื่องมือแปลงหน่วยในแท็บ "หน่วยอื่น ๆ" ได้ตามต้องการ นอกจากนี้ ระบบยังช่วยคำนวณค่าดัชนีความหนักของร่างกาย (Ponderal Index) ควบคู่ไปกับค่า BMI เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

ภาพรวมของค่าดัชนีมวลกาย (BMI)

ดัชนีมวลกาย (Body Mass Index: BMI) คือมาตรวัดเบื้องต้นที่ใช้ประเมินความอ้วนหรือความผอมของแต่ละบุคคล โดยคำนวณจากน้ำหนักและส่วนสูง ค่าที่ได้จะช่วยบ่งบอกถึงปริมาณมวลไขมันและเนื้อเยื่อในร่างกาย ทำให้คุณทราบว่าสัดส่วนน้ำหนักต่อส่วนสูงของคุณอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมหรือไม่

ผลลัพธ์จากการคำนวณค่า BMI จะเป็นตัวกำหนดว่าคุณอยู่ในเกณฑ์น้ำหนักน้อยเกินไป น้ำหนักปกติ น้ำหนักเกิน หรือเข้าข่ายโรคอ้วน ในบางกรณี ค่า BMI อาจถูกแบ่งย่อยลงไปอีก เช่น น้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์อย่างรุนแรง หรือโรคอ้วนระดับอันตราย ซึ่งช่วงเกณฑ์ BMI เหล่านี้จะมีความแตกต่างกันไปตามปัจจัยต่าง ๆ เช่น ภูมิภาคและช่วงอายุ

ภาวะโรคอ้วนหรือภาวะทุพโภชนาการ (ขาดสารอาหาร) ล้วนส่งผลกระทบที่ร้ายแรงต่อสุขภาพ แม้ว่าค่า BMI จะไม่ใช่ตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของร่างกายที่สมบูรณ์แบบ 100% แต่นับเป็นดัชนีชี้วัดเบื้องต้นที่มีประโยชน์อย่างมากในการประเมินว่าคุณควรเข้ารับการตรวจสุขภาพเพิ่มเติม หรือต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหรือไม่ คุณสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจำแนกประเภทและการคำนวณ BMI ได้จากตารางด้านล่าง

ตาราง BMI สำหรับผู้ใหญ่

การจำแนกเกณฑ์น้ำหนักตัวนี้อ้างอิงตามมาตรฐานขององค์การอนามัยโลก (WHO) สำหรับผู้ใหญ่ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป

หมวดหมู่ ช่วง BMI - กก./ตร.ม
น้ำหนักน้อยอย่างรุนแรง < 16
น้ำหนักน้อยปานกลาง 16 - 17
น้ำหนักน้อยเล็กน้อย 17 - 18.5
ปกติ (สุขภาพดี) 18.5 - 25
น้ำหนักเกิน 25 - 30
อ้วนระดับ 1 30 - 35
อ้วนระดับ 2 35 - 40
อ้วนระดับ 3 > 40

แผนภูมิแสดงค่า BMI สำหรับผู้ใหญ่

กราฟด้านล่างแสดงการจำแนกเกณฑ์ BMI ประเภทต่าง ๆ ตามข้อมูลสถิติจากองค์การอนามัยโลก (WHO) เส้นทึบแสดงถึงเกณฑ์การแบ่งหมวดหมู่หลัก ในขณะที่เส้นประแสดงถึงหมวดหมู่ย่อย

แผนภูมิการจำแนกประเภท BMI

ตาราง BMI สำหรับเด็กและวัยรุ่นอายุ 2-20 ปี

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา (CDC) แนะนำให้ใช้ค่า BMI เป็นเครื่องมือในการประเมินสุขภาพเบื้องต้นสำหรับเด็กและวัยรุ่นที่มีอายุระหว่าง 2 ถึง 20 ปี

หมวดหมู่ ช่วงเปอร์เซ็นไทล์
น้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ <5%
น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์สุขภาพดี 5% - 85%
มีความเสี่ยงภาวะน้ำหนักเกิน 85% - 95%
น้ำหนักเกินเกณฑ์ >95%

แผนภูมิค่า BMI สำหรับเด็กและวัยรุ่นอายุ 2-20 ปี

CDC ได้จัดทำกราฟแสดงการเพิ่มขึ้นของค่า BMI โดยเทียบกับเปอร์เซ็นไทล์การเจริญเติบโตตามช่วงอายุ

แผนภูมิเด็กชาย

แผนภูมิของเด็กผู้หญิง

ปัจจัยเสี่ยงจากการมีน้ำหนักเกินและโรคอ้วน

ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนเพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพร้ายแรงหลายประการ โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ได้ระบุปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญไว้ดังนี้:

  • มีระดับคอเลสเตอรอล LDL (“ไขมันเลว”) และไตรกลีเซอไรด์สูงขึ้น ในขณะที่ระดับคอเลสเตอรอล HDL (“ไขมันดี”) ลดลง
  • ภาวะความดันโลหิตสูง
  • โรคเบาหวานชนิดที่ 2
  • โรคหลอดเลือดหัวใจ (CAD)
  • โรคเกี่ยวกับความผิดปกติของถุงน้ำดี
  • โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)
  • ปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจและภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Sleep Apnea)
  • โรคข้อเข่าเสื่อม (การอักเสบของข้อต่อที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของกระดูกอ่อน)
  • คุณภาพชีวิตโดยรวมลดลง
  • เพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งบางชนิด (เช่น มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก ลำไส้ใหญ่ เต้านม ตับ ถุงน้ำดี และไต เป็นต้น)
  • ปัญหาสุขภาพจิต เช่น ภาวะซึมเศร้าทางคลินิก วิตกกังวล และความผิดปกติอื่น ๆ
  • อาการปวดเมื่อยตามร่างกายและมีอุปสรรคในการเคลื่อนไหวหรือทำกิจวัตรประจำวัน
  • บุคคลที่มีค่า BMI สูงมากจะมีอัตราความเสี่ยงในการเสียชีวิตสูงกว่าผู้ที่มีค่า BMI ในเกณฑ์ปกติอย่างมีนัยสำคัญ

การมีน้ำหนักเกินส่งผลเสียต่อร่างกายในหลายด้านและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ดังนั้น การรักษาน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่มีสุขภาพดี (ค่า BMI ต่ำกว่า 25 กก./ตร.ม.) จึงเป็นเรื่องสำคัญ อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินว่าควรปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตอย่างไรเพื่อการรักษาสุขภาพให้ดียิ่งขึ้น

ความเสี่ยงจากภาวะน้ำหนักน้อยเกินไป

ปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับภาวะน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์ ได้แก่:

  • ภาวะทุพโภชนาการ (ขาดสารอาหาร) โรคโลหิตจาง และภาวะขาดวิตามิน ซึ่งส่งผลให้ความสามารถในการลำเลียงออกซิเจนในเลือดลดลง
  • โรคกระดูกพรุน เนื่องจากการสูญเสียมวลกระดูก ส่งผลให้กระดูกเปราะและเพิ่มโอกาสแตกหักง่ายขึ้น
  • ระบบภูมิคุ้มกันทำงานผิดปกติ อ่อนแอ และป่วยง่าย
  • ปัญหาด้านการเจริญเติบโตและพัฒนาการล่าช้า โดยเฉพาะในเด็กและวัยรุ่น
  • ความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด
  • ปัญหาสุขภาพการเจริญพันธุ์ในผู้หญิงอันเนื่องมาจากฮอร์โมนไม่สมดุล ซึ่งอาจทำให้รอบประจำเดือนมาไม่ปกติ ทั้งนี้ ผู้หญิงที่น้ำหนักน้อยหรือเป็นโรคอ้วนมีแนวโน้มที่จะแท้งบุตรในช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์
  • มีอัตราการเสียชีวิตที่ค่อนข้างสูงกว่า

การที่น้ำหนักตัวลดลงอย่างต่อเนื่องอาจเป็นสัญญาณเตือนของโรคประจำตัวที่ร้ายแรง หรือความผิดปกติในการรับประทานอาหาร เช่น โรคคลั่งผอม (Anorexia) หากคุณสงสัยว่าตัวคุณเองหรือคนใกล้ตัวมีปัญหาน้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด ควรปรึกษาแพทย์ทันที

ข้อจำกัดของค่า BMI

แม้ว่าดัชนีมวลกาย (BMI) จะเป็นเครื่องมือที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในการประเมินเกณฑ์น้ำหนักเพื่อสุขภาพ แต่ก็ยังมีข้อจำกัดหลายประการ เช่น ไม่ได้สะท้อนถึงสัดส่วนของร่างกายทั้งหมด ไม่ครอบคลุมความหลากหลายของสรีระ และไม่สามารถแยกแยะระหว่างปริมาณไขมัน กล้ามเนื้อ และมวลกระดูกได้ ด้วยเหตุนี้ จึงควรใช้ค่า BMI ร่วมกับตัวชี้วัดสุขภาพอื่น ๆ

สำหรับผู้ใหญ่:

เครื่องคำนวณ BMI ออนไลน์มักจะประเมินผลลัพธ์จากส่วนสูงและน้ำหนักเป็นหลัก โดยไม่ได้นำตัวแปรเฉพาะบุคคลที่อาจส่งผลต่อความแม่นยำมาคำนวณร่วมด้วย อย่างที่ทราบกันดีว่า ค่า BMI ไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่าง "น้ำหนักจากกล้ามเนื้อ" และ "น้ำหนักจากไขมัน" ได้ จึงไม่ใช่การวัดปริมาณไขมันในร่างกายโดยตรง นอกจากนี้ ปัจจัยต่าง ๆ เช่น อายุ เพศ เชื้อชาติ มวลกล้ามเนื้อ และระดับการออกกำลังกาย ล้วนมีผลต่อการอ่านและการตีความค่า BMI ทั้งสิ้น

ตัวอย่างเช่น ผู้สูงอายุที่ใช้ชีวิตแบบไม่ค่อยได้เคลื่อนไหวร่างกายนั่งหรือนอนเป็นส่วนใหญ่ อาจมีไขมันสะสมตามร่างกายสูงอย่างเห็นได้ชัด แม้ว่าน้ำหนักรวมจะไม่อยู่ในเกณฑ์น้ำหนักเกินก็ตาม ในแง่ของสุขภาพ บุคคลนี้อาจมีความเสี่ยงและไม่แข็งแรงนัก แต่หากประเมินจากค่า BMI เพียงอย่างเดียว ผลลัพธ์อาจระบุว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ

ในทางกลับกัน นักเพาะกายที่มีมวลกล้ามเนื้อหนาแน่น เนื่องจากกล้ามเนื้อมีน้ำหนักมากกว่าไขมันเมื่อเทียบในปริมาตรที่เท่ากัน นักเพาะกายหลายคนจึงอาจมีค่า BMI สูงจนเกือบแตะขีดจำกัดของน้ำหนักปกติ หรืออาจถูกประเมินว่ามีน้ำหนักเกิน ทั้งที่ในความเป็นจริงพวกเขามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงสมบูรณ์ มีรูปร่างที่กระชับ และมีเปอร์เซ็นต์ไขมันต่ำ บุคคลจะดูเพรียวบางและมีน้ำหนักมากได้เมื่อมีมวลกล้ามเนื้อที่หนาแน่น

ข้อมูลจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ยังระบุเพิ่มเติมว่า:

  • หากมีค่า BMI เท่ากัน ผู้หญิงมักจะมีปริมาณไขมันในร่างกายสูงกว่าผู้ชาย
  • ผู้สูงอายุมักจะมีปริมาณไขมันในร่างกายสูงกว่าคนอายุน้อยที่มีค่า BMI เท่ากัน
  • นักกีฬาที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักอาจมีค่า BMI สูง เนื่องจากมีมวลกล้ามเนื้อมาก

สำหรับวัยรุ่นและเด็ก:

ตัวแปรที่เป็นข้อจำกัดของค่า BMI ในผู้ใหญ่ สามารถนำมาใช้กับการประเมินในวัยรุ่นและเด็กได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ อัตราการเพิ่มความสูงและระดับการพัฒนาการทางเพศในช่วงวัยเจริญพันธุ์ ล้วนส่งผลกระทบต่อทั้งค่า BMI และเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย

สำหรับเด็กที่เข้าข่ายโรคอ้วน ค่า BMI จะสามารถพยากรณ์ปริมาณไขมันส่วนเกินในร่างกายได้แม่นยำกว่าเด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกินเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้ ค่า BMI ที่สูงขึ้นอาจมาจากมวลไขมัน หรือมาจากมวลร่างกายไร้ไขมัน (Fat-Free Mass: องค์ประกอบทั้งหมดของร่างกายที่ไม่ใช่ไขมัน เช่น น้ำ อวัยวะ กล้ามเนื้อ ฯลฯ) ในกลุ่มเด็กที่มีปริมาณไขมันน้อย ความคลาดเคลื่อนของค่า BMI มักมีสาเหตุมาจากมวลร่างกายไร้ไขมัน

โดยสรุปแล้ว สำหรับคนทั่วไป ค่า BMI ถือเป็นตัวชี้วัดเบื้องต้นที่มีประโยชน์ในการประเมินความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เกิดจากภาวะน้ำหนักน้อย น้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วน อย่างไรก็ตาม ด้วยข้อจำกัดที่กล่าวมา ค่า BMI จึงควรเป็นเพียง "หนึ่งในเครื่องมือ" สำหรับประเมินสุขภาพและน้ำหนักตัวของแต่ละบุคคล โดยต้องใช้ร่วมกับการตรวจประเมินสุขภาพด้านอื่น ๆ และคำแนะนำจากแพทย์เสมอ

สูตรการคำนวณ BMI

ด้านล่างนี้คือสมการที่ใช้ในการคำนวณค่า BMI ทั้งในระบบหน่วยวัดระหว่างประเทศ หรือระบบเมตริก (SI) และระบบการวัดอเมริกัน (USC) โดยอ้างอิงตัวอย่างจากบุคคลที่มีส่วนสูง 5 ฟุต 10 นิ้ว และมีน้ำหนัก 160 ปอนด์

ระบบการวัดอเมริกัน:

$$BMI=703 \times \frac{\text{น้ำหนัก(ปอนด์)}}{\text{ส่วนสูง(นิ้ว)}^{2}} = 703 \times \frac{160}{70^{2}} = 22.96 \frac{กก.}{ม.^{2}}$$

ระบบหน่วยวัดระหว่างประเทศ, ระบบเมตริก:

$$BMI=\frac{\text{น้ำหนัก(กก.)}}{\text{ส่วนสูง(ม.)}^{2}} = \frac{72.57}{1.78^{2}} = 22.90 \frac{กก.}{ม.^{2}}$$

ดัชนีความหนักของร่างกาย (Ponderal Index)

ดัชนีความหนักของร่างกาย (Ponderal Index: PI) คืออีกหนึ่งตัวชี้วัดที่ใช้ประเมินความอ้วนของบุคคลตามสัดส่วนของน้ำหนักและส่วนสูง ข้อแตกต่างที่สำคัญระหว่าง BMI และดัชนีความหนักของร่างกายก็คือ สูตรของดัชนีความหนักของร่างกาย (ดังแสดงด้านล่าง) จะนำส่วนสูงมาคำนวณด้วยการยกกำลังสาม ไม่ใช่การยกกำลังสอง

แม้ว่าค่า BMI จะเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างมากในการศึกษาประชากรกลุ่มใหญ่ แต่กลับมีความน่าเชื่อถือน้อยกว่าเมื่อใช้ระบุระดับความผอมหรือโรคอ้วนในระดับบุคคล ดัชนี PI จึงมีความแม่นยำและน่าเชื่อถือมากกว่าเมื่อนำไปใช้กับผู้ที่มีรูปร่างเตี้ยมากหรือสูงมาก เนื่องจากค่า BMI มักจะประเมินปริมาณไขมันในร่างกายคลาดเคลื่อน (สูงผิดปกติหรือต่ำผิดปกติ) สำหรับผู้ที่มีน้ำหนักและส่วนสูงอยู่นอกเหนือค่าเฉลี่ยมาตรฐาน

ด้านล่างนี้คือสมการในการคำนวณค่าดัชนีความหนักของร่างกาย (PI) ของบุคคล โดยอ้างอิงตัวอย่างจากผู้ที่มีส่วนสูง 5 ฟุต 10 นิ้ว และน้ำหนัก 160 ปอนด์:

ระบบการวัดอเมริกัน:

$$PI={\frac{\text{ส่วนสูง(นิ้ว)}}{\sqrt[3]{\text{มวล(ปอนด์)}}}=\frac{70}{{\sqrt[3]{160}}}=12.89\frac{\text{นิ้ว}}{\sqrt[3]{\text{ปอนด์}}}}$$

ระบบหน่วยวัดระหว่างประเทศ, ระบบเมตริก:

$$PI=\frac{\text{น้ำหนัก(กก.)}}{\text{ส่วนสูง(ม.)}^{3}} = \frac{72.57}{1.78^{3}} = 12.87 \frac{กก.}{ม.^{3}}$$