ไม่พบผลลัพธ์
เราไม่พบอะไรกับคำที่คุณค้นหาในตอนนี้, ลองค้นหาอย่างอื่นดู
เครื่องคำนวณเศษส่วนออนไลน์ฟรี ช่วยคุณบวก ลบ คูณ หาร ทำเป็นเศษส่วนอย่างต่ำ และแปลงเป็นทศนิยมหรือเปอร์เซ็นต์ได้อย่างแม่นยำ ใช้งานง่าย ให้คำตอบทันที!
เศษส่วน
1
2
+
1
3
=
5
6
หรือ 0.8(3) หรือ 0.8333333333333334
+
=
เกิดข้อผิดพลาดกับการคำนวณของคุณ
เครื่องคิดเลขเศษส่วน เป็นเครื่องมือคำนวณออนไลน์ฟรีที่ช่วยแสดงวิธีดำเนินการทางคณิตศาสตร์เกี่ยวกับเศษส่วนได้อย่างแม่นยำ โปรแกรมคำนวณเศษส่วนนี้จะช่วยให้การแก้โจทย์ปัญหารวดเร็วยิ่งขึ้น พร้อมทั้งแสดงวิธีทำอย่างละเอียดในทุกขั้นตอน บทความนี้จะแนะนำวิธีการใช้งานเครื่องคิดเลขเศษส่วนอย่างถูกต้อง ตลอดจนทบทวนพื้นฐานของเศษส่วน ทั้งประเภทของเศษส่วน หลักการบวก การลบ การคูณ และการหาร พร้อมตัวอย่างที่เข้าใจง่าย
เศษส่วน คือตัวเลขที่ใช้แสดงสัดส่วนหรือปริมาณของสิ่งต่างๆ คุณสามารถสังเกตเศษส่วนได้จากเครื่องหมายทับที่คั่นระหว่างตัวเลขสองตัว ตัวเลขที่อยู่ด้านบนเรียกว่า "ตัวเศษ" (Numerator) ส่วนตัวเลขที่อยู่ด้านล่างเรียกว่า "ตัวส่วน" (Denominator) ตัวอย่างเช่น \$\frac{2}{4}\$ เป็นเศษส่วนที่มี 2 เป็นตัวเศษและ 4 เป็นตัวส่วน
เศษส่วนแบ่งออกได้หลายประเภท เช่น เศษส่วนแท้ เศษส่วนเกิน เศษส่วนหน่วย และเศษส่วนซ้อน นอกจากนี้ยังมีเศษส่วนที่มีความสัมพันธ์กัน เช่น เศษส่วนที่เท่ากัน เศษส่วนที่มีตัวส่วนเท่ากัน และเศษส่วนที่มีตัวส่วนไม่เท่ากัน เป็นต้น
กรอกตัวเลขเศษส่วนลงในช่องที่กำหนดให้ (รูปแบบการกรอก เช่น \$\frac{4}{9}\$, \$\frac{25}{6}\$ หรือ \$\frac{8}{3}\$)
เลือกเครื่องหมายการดำเนินการทางคณิตศาสตร์ที่ต้องการ ซึ่งได้แก่ การบวก การลบ การคูณ หรือการหาร (คุณสามารถใช้ตัวดำเนินการ "ของ" ในกรณีที่ต้องการหาค่าเศษส่วนของเศษส่วน ซึ่งมีค่าเท่ากับการคูณ) เลือกเครื่องหมายให้ตรงกับโจทย์ที่คุณต้องการแก้ไข
หลังจากกรอกเศษส่วนและเลือกเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือคลิกที่ปุ่ม "คำนวณ" เพื่อดูผลลัพธ์และวิธีทำอย่างละเอียด
เครื่องมือคำนวณเศษส่วนนี้ช่วยให้คุณประหยัดเวลาจากการคำนวณด้วยตนเอง สามารถรองรับทั้งการบวก การลบ การคูณ การหาร และการหาค่าเศษส่วนของเศษส่วนอื่นได้อย่างครบถ้วน
ด้านล่างนี้คือตัวอย่างการใช้งานจริงเพื่อแสดงให้เห็นว่าเครื่องคิดเลขเศษส่วนทำงานอย่างไร สมมติว่าคุณต้องการหาผลบวกของเศษส่วนสองจำนวนนี้: \$\frac{2}{6}\$ และ \$\frac{1}{4}\$
เริ่มต้นที่เศษส่วนฝั่งซ้ายของเครื่องหมายบวก คือ \$\frac{2}{6}\$ (โดยที่ 2 เป็นตัวเศษและ 6 เป็นตัวส่วน) ให้คุณกรอกเลข 2 ลงในช่องตัวเศษ และกรอกเลข 6 ลงในช่องตัวส่วน
จากนั้นให้มองมาที่ช่องว่างทางด้านขวาของเครื่องหมายการดำเนินการ เศษส่วนที่คุณต้องกรอกคือ \$\frac{1}{4}\$ (โดยที่ 1 เป็นตัวเศษและ 4 เป็นตัวส่วน) ให้คุณกรอกเลข 1 ลงในช่องตัวเศษ และกรอกเลข 4 ลงในช่องตัวส่วน
หลังจากกรอกตัวเลขทั้งหมดถูกต้องและเลือกเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์ (ในกรณีนี้คือเครื่องหมายบวก) เครื่องคิดเลขเศษส่วนจะทำการคำนวณและแสดงผลลัพธ์ในช่องคำตอบทันที
คุณสามารถเปลี่ยนไปใช้การดำเนินการทางคณิตศาสตร์อื่นๆ ได้ตามต้องการ เพียงแค่เลือกเครื่องหมายให้ตรงกับโจทย์ที่คุณกำลังต้องการหาคำตอบ
จุดเด่นที่น่าสนใจที่สุดของเครื่องคิดเลขเศษส่วนนี้ คือการแสดงวิธีทำอย่างละเอียดเป็นขั้นเป็นตอน ซึ่งช่วยให้คุณสามารถนำแนวทางไปประยุกต์ใช้ในการคำนวณด้วยตนเองได้
การบวกเศษส่วนที่มีตัวส่วนเท่ากันนั้นทำได้ง่ายและไม่ซับซ้อน คุณเพียงแค่นำตัวเศษมาบวกกันในขณะที่ยังคงตัวส่วนไว้เท่าเดิม
ตัวอย่างเช่น
$$\frac{5}{9} + \frac{2}{9} = \frac{(5+2)}{9} = \frac{7}{9}$$
การบวกเศษส่วนที่มีตัวส่วนไม่เท่ากันจะมีความซับซ้อนกว่าแบบแรกเล็กน้อย สิ่งสำคัญอันดับแรกที่คุณต้องทำคือ การทำตัวส่วนของเศษส่วนทั้งสองให้เท่ากันก่อน
คุณสามารถทำได้โดยการหาตัวคูณร่วมน้อย (ค.ร.น.) ของตัวส่วนทั้งสอง หรืออาจใช้วิธีคูณไขว้ตัวส่วน แล้วจึงค่อยนำมาทอนเป็นเศษส่วนอย่างต่ำในภายหลัง
เมื่อตัวส่วนของเศษส่วนทั้งสองมีค่าเท่ากันแล้ว คุณก็สามารถนำตัวเศษมาบวกกันได้ตามปกติ
ตัวอย่างเช่น
$$\frac{4}{5} + \frac{3}{7} = \frac{(4×7)}{(5×7)} + \frac{(3×5)}{(7×5)} = \frac{28}{35} + \frac{15}{35} = \frac{(28+15)}{35} = \frac{43}{35} = 1{\frac{8}{35}}$$
วิธีหนึ่งในการบวกจำนวนคละคือ การแปลงจำนวนคละเหล่านั้นให้กลายเป็นเศษส่วนเกินก่อนแล้วจึงทำการบวกตามวิธีปกติ อีกวิธีหนึ่งคือ การแยกบวกจำนวนเต็มกับส่วนที่เป็นเศษส่วนออกจากกัน แล้วจึงนำผลลัพธ์ที่ได้มารวมกันในตอนท้าย
ขั้นตอนในการลบเศษส่วนนั้นคล้ายคลึงกับการบวกเศษส่วน หากเศษส่วนมีตัวส่วนที่เท่ากัน คุณสามารถนำตัวเศษมาลบกันและคงตัวส่วนไว้เหมือนเดิมได้เลย
ตัวอย่างเช่น
$$\frac{4}{5} – \frac{1}{5} = \frac{(4-1)}{5} = \frac{3}{5}$$
หากเป็นโจทย์การลบเศษส่วนที่ตัวส่วนไม่เท่ากัน ให้ทำตามขั้นตอนเดียวกับการบวกเศษส่วนที่มีตัวส่วนต่างกัน (หา ค.ร.น. เพื่อทำส่วนให้เท่ากันก่อน) แต่เปลี่ยนจากการบวกเป็นการนำตัวเศษมาลบกันแทน ตัวอย่างเช่น
$$\frac{2}{5} – \frac{3}{10} = \frac{4}{10} – \frac{3}{10} = \frac{1}{10}$$
การคูณเศษส่วนนั้นตรงไปตรงมาและเข้าใจง่าย หลักการคือให้นำตัวเศษคูณกับตัวเศษ และนำตัวส่วนคูณกับตัวส่วนได้เลย ในบางกรณี เมื่อได้ผลลัพธ์แล้วคุณอาจต้องทอนให้เป็นเศษส่วนอย่างต่ำด้วย
ตัวอย่างเช่น
$$\frac{2}{3} × \frac{5}{6} = \frac{(2 × 5)}{(3 × 6)} = \frac{10}{18}$$
จากตัวอย่างด้านบน คุณสามารถทอนให้เป็นเศษส่วนอย่างต่ำคือ \$\frac{5}{9}\$ ได้โดยการนำตัวหารร่วมมาก (ห.ร.ม.) ซึ่งก็คือ 2 มาหารทั้งตัวเศษและตัวส่วน
หากคุณต้องคำนวณการคูณจำนวนคละ สิ่งสำคัญคือต้องแปลงจำนวนคละให้เป็นเศษส่วนเกินก่อน จากนั้นจึงนำตัวเศษคูณตัวเศษ และตัวส่วนคูณตัวส่วนตามหลักการที่กล่าวไว้ข้างต้น
เมื่อต้องการหารเศษส่วน กฎพื้นฐานคือการ "เปลี่ยนหารเป็นคูณ และกลับเศษเป็นส่วน" ให้คุณสลับตำแหน่งตัวเศษและตัวส่วนของเศษส่วนที่อยู่ด้านขวา (ตัวหาร) เมื่อสลับแล้ว เครื่องหมายหารจะเปลี่ยนเป็นเครื่องหมายคูณ จากนั้นคุณก็สามารถนำตัวเศษคูณตัวเศษและตัวส่วนคูณตัวส่วนได้ตามปกติ
ตัวอย่างเช่น
$$\frac{\frac{1}{2}}{\frac{4}{5}} = \frac{1}{2} × \frac{5}{4} = \frac{(1 × 5)}{(2 × 4)} = \frac{5}{8}$$
กระบวนการหาเศษส่วนของเศษส่วนนั้น มีหลักการคำนวณเหมือนกับการคูณเศษส่วนทุกประการ (คำว่า "ของ" หมายถึงการคูณ)
ตัวอย่างเช่น
$$\frac{2}{5}\ of\ \frac{4}{5} = \frac {(2 × 4)}{(5 × 5)} = \frac{8}{25}$$
เศษส่วนแท้ คือเศษส่วนที่มีตัวเศษน้อยกว่าตัวส่วน ตัวอย่างเช่น:
$$\frac{2}{3}, \frac{10}{20}, \frac{13}{57}$$
เศษส่วนเกิน คือเศษส่วนที่มีค่าของตัวเศษมากกว่าตัวส่วน ตัวอย่างเช่น:
$$\frac{5}{2}, \frac{21}{10}, \frac{48}{12}$$
จำนวนคละ หรือเศษส่วนคละ เป็นรูปแบบหนึ่งของเศษส่วนเกิน ประกอบด้วยผลรวมของจำนวนเต็มกับเศษส่วนแท้เข้าด้วยกัน ตัวอย่างเช่น:
$$2\frac{1}{2}, 3\frac{5}{14}, 17\frac{2}{7}$$
กลุ่มของเศษส่วนที่มีตัวส่วนเท่ากันทั้งหมด จะเรียกว่าเศษส่วนชนิดเดียวกัน ตัวอย่างเช่น:
$$\frac{1}{8}, \frac{2}{8}, \frac{5}{8}$$
กลุ่มของเศษส่วนที่มีตัวส่วนไม่เท่ากัน จะเรียกว่าเศษส่วนต่างชนิดกัน ตัวอย่างเช่น:
$$\frac{1}{2}, \frac{3}{7}, \frac{7}{11}$$
หากเราสามารถจัดรูปหรือทอนเศษส่วนให้มีค่าเท่ากันได้ เศษส่วนเหล่านั้นจะถูกเรียกว่าเศษส่วนที่เท่ากัน ตัวอย่างเช่น:
$$\frac{1}{3}, \frac{2}{6}, \frac{4}{12}$$
คุณสามารถทอนเศษส่วนในชุดนี้ให้กลายเป็นเศษส่วนอย่างต่ำได้เท่ากับ \$\frac{1}{3}\$
เศษส่วนซ้อน คือเศษส่วนที่มีเศษส่วนประกอบอยู่ในตัวเศษ หรือในตัวส่วน หรือทั้งสองส่วน ตัวอย่างเช่น:
$$\frac{\frac{x+1}{x}}{\frac{x-2}{4}}$$
เศษส่วนที่มีตัวเลข 1 เป็นตัวเศษ และมีตัวเลขจำนวนเต็มเป็นตัวส่วน จะถูกเรียกว่าเศษส่วนหน่วย ตัวอย่างเช่น:
$$\frac{1}{3}, \frac{1}{8}, \frac{1}{24}$$