คำนวณคณิตศาสตร์
เครื่องคำนวณเศษส่วนผสม


เครื่องคำนวณเศษส่วนผสม

เครื่องคำนวณเศษส่วนผสมและจำนวนคละออนไลน์ฟรี ช่วยบวก ลบ คูณ หาร และแปลงจำนวนคละเป็นเศษเกินได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ใช้งานง่าย เหมาะสำหรับทุกคน

เศษส่วนไม่เหมาะสม

1 × 3 + 2

3

=

5

3

เกิดข้อผิดพลาดกับการคำนวณของคุณ

สารบัญ

  1. วิธีใช้งานเครื่องคำนวณแปลงจำนวนคละเป็นเศษเกิน
  2. การแปลงจำนวนคละเป็นเศษเกิน
    1. คำจำกัดความ
    2. ขั้นตอนและวิธีแปลงจำนวนคละเป็นเศษเกิน
    3. การแปลงจำนวนคละเป็นเศษเกินด้วยวิธีการบวก
  3. ตัวอย่างการคำนวณ
    1. การคำนวณสั่งพิซซ่า
    2. การคำนวณสูตรอาหาร

เครื่องคำนวณเศษส่วนผสม

เครื่องคำนวณนี้ช่วยให้คุณสามารถแปลงจำนวนคละ (Mixed Number) เป็นเศษเกิน (Improper Fraction) ได้อย่างง่ายดาย โดยทั่วไปแล้ว "เศษส่วนแท้" คือเศษส่วนที่มีตัวเศษน้อยกว่าตัวส่วน ในขณะที่ "เศษเกิน" คือเศษส่วนที่มีตัวเศษเท่ากับหรือมากกว่าตัวส่วน

สำหรับ "จำนวนคละ" นั้นจะประกอบด้วยจำนวนเต็มและเศษส่วนแท้รวมกัน ซึ่งจำนวนคละทุกจำนวนสามารถแปลงให้อยู่ในรูปของเศษเกินได้ โดยที่การแปลงนี้จะไม่ทำให้ค่าของตัวเลขเปลี่ยนแปลงไป

วิธีใช้งานเครื่องคำนวณแปลงจำนวนคละเป็นเศษเกิน

หากต้องการใช้เครื่องคำนวณแปลงจำนวนคละเป็นเศษเกิน ให้ป้อนค่าต่างๆ ของจำนวนคละลงในช่องที่กำหนด โดยระบุจำนวนเต็ม ตัวเศษ และตัวส่วนให้ถูกต้อง จากนั้นกดปุ่ม “คำนวณ” เครื่องจะทำการแปลงจำนวนคละที่คุณระบุให้เป็นเศษเกิน และจะทอนให้เป็นเศษส่วนอย่างต่ำ (หากสามารถทำได้) นอกจากนี้ ระบบจะแสดงคำตอบพร้อมทั้งขั้นตอนและวิธีทำอย่างละเอียด

การแปลงจำนวนคละเป็นเศษเกิน

คำจำกัดความ

  • เศษส่วนแท้ – เศษส่วนที่มีตัวเศษน้อยกว่าตัวส่วน ตัวอย่างเช่น \$\frac{3}{5}\$, \$\frac{6}{26}\$, \$\frac{7}{15}\$
  • เศษเกิน – เศษส่วนที่มีตัวเศษมากกว่าหรือเท่ากับตัวส่วน ตัวอย่างเช่น \$\frac{11}{4}\$, \$\frac{9}{2}\$
  • จำนวนคละ – ตัวเลขที่ประกอบด้วยสองส่วน คือ จำนวนเต็มและเศษส่วนแท้ ตัวอย่างเช่น \$6 \frac{1}{2}\$, \$9 \frac{5}{9}\$

เนื่องจากเศษส่วนแท้จะมีตัวเศษน้อยกว่าตัวส่วนเสมอ ดังนั้นค่าของเศษส่วนแท้จึงน้อยกว่า 1 เสมอ ในทำนองเดียวกัน ค่าของเศษเกินจะมีค่ามากกว่า (หรือเท่ากับ) 1 เสมอ ด้วยเหตุนี้ เศษเกินทุกจำนวนจึงสามารถนำมาแปลงเป็นจำนวนคละได้ และในทางกลับกัน จำนวนคละก็สามารถแปลงกลับเป็นเศษเกินได้เช่นกัน

ขั้นตอนและวิธีแปลงจำนวนคละเป็นเศษเกิน

หากต้องการแปลงจำนวนคละให้เป็นเศษเกิน คุณสามารถทำได้ตามขั้นตอนต่อไปนี้:

  1. นำจำนวนเต็มของจำนวนคละไปคูณกับตัวส่วน
  2. นำผลลัพธ์ที่ได้จากขั้นตอนที่ 1 ไปบวกกับตัวเศษ
  3. นำผลลัพธ์จากขั้นตอนที่ 2 มาเขียนเป็นตัวเศษของเศษเกินใหม่ โดยให้ตัวส่วนยังคงมีค่าเท่าเดิมตามเศษส่วนดั้งเดิม
  4. ตรวจสอบว่าตัวเศษและตัวส่วนของเศษเกินที่ได้มีตัวประกอบร่วมกันหรือไม่ หากมี ให้ทำเป็นเศษส่วนอย่างต่ำโดยการนำตัวหารร่วมมาก (ห.ร.ม.) มาหารทั้งตัวเศษและตัวส่วน

ตัวอย่างเช่น ลองมาแปลง \$1 \frac{2}{5}\$ ให้เป็นเศษเกินตามขั้นตอนด้านบน:

  1. 5 × 1 = 5
  2. 5 + 2 = 7
  3. จะได้เศษเกิน = \$\frac{7}{5}\$
  4. เนื่องจาก 7 และ 5 ไม่มีตัวประกอบร่วมใดๆ จึงไม่สามารถทอนเป็นเศษส่วนอย่างต่ำได้อีก

ดังนั้น \$1 \frac{2}{5}\$ = \$\frac{7}{5}\$

การแปลงจำนวนคละเป็นเศษเกินด้วยวิธีการบวก

จำนวนคละสามารถเขียนให้อยู่ในรูปของผลบวกระหว่างจำนวนเต็มและเศษส่วนได้ ดังนั้น อีกวิธีหนึ่งในการแปลงจำนวนคละเป็นเศษเกินคือการนำเศษส่วนมาบวกเข้ากับจำนวนเต็ม ตัวอย่างเช่น เราจะมาแปลง \$3 \frac{2}{5}\$ ให้เป็นเศษเกินด้วยวิธีนี้:

\$3 \frac{2}{5}\$ = 3 + \$\frac{2}{5}\$ = \$\frac{3}{1}\$ + \$\frac{2}{5}\$ = \$\frac{15 + 2}{5}\$ = \$\frac{17}{5}\$

เนื่องจาก 17 และ 5 ไม่มีตัวประกอบร่วมกัน ค่านี้จึงเป็นคำตอบสุดท้ายที่สมบูรณ์แบบ

ตัวอย่างการคำนวณ

การคำนวณสั่งพิซซ่า

การแปลงจำนวนคละเป็นเศษเกินมักถูกนำมาใช้เมื่อต้องนำจำนวนคละมาบวกรวมกับเศษส่วน

ลองจินตนาการว่าคุณกำลังจะสั่งพิซซ่าสำหรับเด็ก 5 คน คุณรู้ว่ามีเด็ก 3 คนกินพิซซ่าได้คนละครึ่งถาด เด็ก 1 คนกินหมด 1 ถาดเต็ม และเด็กอีก 1 คนกินได้ 1 ถาดครึ่ง คำถามคือคุณจะต้องสั่งพิซซ่าทั้งหมดกี่ถาด?

วิธีทำ

หากต้องการทราบจำนวนพิซซ่าทั้งหมดที่ต้องสั่ง คุณจะต้องนำปริมาณพิซซ่าที่เด็กแต่ละคนกินได้มาบวกรวมกัน เรามาสรุปข้อมูลที่ทราบกันก่อน:

  • เด็ก 1 คน – กินพิซซ่า 1 ถาด
  • เด็ก 1 คน – กินพิซซ่า 1 ถาดครึ่ง (\$1 \frac{1}{2}\$)
  • เด็ก 3 คน – กินพิซซ่า \$\frac{1}{2}\$ ถาดต่อคน

เมื่อนำมาเขียนเป็นสมการผลรวมจะได้ดังนี้:

1 + (1 + \$\frac{1}{2}\$) + 3 × (\$\frac{1}{2}\$) = 1 + \$1 \frac{1}{2}\$ + \$\frac{3}{2}\$

เพื่อให้สามารถหาผลบวกได้ง่ายขึ้น เราจำเป็นต้องแปลง \$1 \frac{1}{2}\$ ให้เป็นเศษเกิน โดยอิงตามขั้นตอนที่ได้อธิบายไว้ด้านบน จะได้ผลลัพธ์ดังนี้:

  1. 2 × 1 = 2
  2. 2 + 1 = 3
  3. จะได้เศษเกิน = \$\frac{3}{2}\$
  4. 3 และ 2 ไม่มีตัวประกอบร่วมกัน

ดังนั้น เมื่อเราทราบว่า 1 สามารถเขียนในรูปเศษส่วนได้เป็น \$\frac{2}{2}\$ และ \$1\frac{1}{2}\$ แปลงเป็นเศษเกินได้เป็น \$\frac{3}{2}\$ เราจะสามารถเขียนสมการผลรวมใหม่ได้ดังนี้:

1 + \$1 \frac{1}{2}\$ + \$\frac{3}{2}\$ = \$\frac{2}{2}\$ + \$\frac{3}{2}\$ + \$\frac{3}{2}\$ = \$\frac{2 + 3 + 3}{2}\$ = \$\frac{8}{2}\$ = 4

คำตอบ

คุณจะต้องสั่งพิซซ่าทั้งหมด 4 ถาด

การคำนวณสูตรอาหาร

เช่นเดียวกับการบวก การคูณเศษส่วนนั้นจะทำได้ง่ายกว่ามากเมื่อคำนวณด้วยเศษเกินแทนที่จะเป็นจำนวนคละ

สมมติว่าคุณกำลังจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำและต้องการทำชีสพายเพื่อสร้างความประทับใจให้กับแขก คุณเจอสูตรเด็ดที่ต้องใช้แป้งสาลี \$2 \frac{1}{2}\$ ถ้วย ซึ่งสามารถทำพายได้ 4 ชิ้น (4 เสิร์ฟ) งานนี้มีแขกมาร่วมงาน 7 คน และคุณต้องการเผื่อพายไว้ให้ตัวเองด้วยอีก 1 ชิ้น คำถามคือ คุณจะต้องใช้แป้งปริมาณเท่าใดในการทำชีสพายให้เพียงพอสำหรับทุกคน?

วิธีทำ

เพื่อหาปริมาณแป้งทั้งหมดที่ต้องใช้ เราต้องมาคำนวณสัดส่วนที่ต้องการเพิ่มเมื่อเทียบกับสูตรดั้งเดิม สูตรดั้งเดิมทำพายได้ 4 ชิ้น แต่คุณมีแขก 7 คน รวมกับตัวคุณเองอีก 1 คน จะเท่ากับ (7 + 1) = 8 ชิ้น ดังนั้น \$\frac{8}{4}\$ = 2 ซึ่งหมายความว่าคุณจะต้องใช้แป้งเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าจากสูตรดั้งเดิม

ในการคำนวณปริมาณที่ต้องใช้จริง เราต้องนำปริมาณตามสูตรเดิมมาคูณด้วย 2 (โดยปริมาณเดิมคือแป้ง \$2 \frac{1}{2}\$ ถ้วย) และเพื่อให้คูณได้ง่ายขึ้น เราจะทำการแปลง \$2 \frac{1}{2}\$ ให้เป็นเศษเกินเสียก่อน:

  1. 2 × 2 = 4
  2. 4 + 1 = 5
  3. จะได้เศษเกิน = \$\frac{5}{2}\$
  4. 5 และ 2 ไม่มีตัวประกอบร่วมกัน

ปริมาณแป้งทั้งหมดที่ต้องใช้ = 2 × \$\frac{5}{2}\$ = \$\frac{10}{2}\$ สังเกตได้ว่า 10 สามารถหารด้วย 2 ได้ลงตัวพอดี ซึ่ง \$\frac{10}{2}\$ = 5

คำตอบ

คุณจะต้องใช้แป้งทั้งหมด 5 ถ้วย