เครื่องคำนวณมาโคร

เครื่องคำนวณมาโคร ช่วยหาปริมาณโปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมันที่ร่างกายต้องการต่อวัน เหมาะสำหรับเป้าหมายการลดน้ำหนัก สร้างกล้ามเนื้อ หรือดูแลสุขภาพ เริ่มคำนวณฟรี!

ตัวเลือก

โปรตีน
กรัม/วัน
คาร์โบไฮเดรต
กรัม/วัน
ไขมัน
กรัม/วัน
น้ำตาล
กรัม/วัน
ไขมันอิ่มตัว
กรัม/วัน
พลังงานจากอาหาร
แคลอรี่/วัน

สมดุล

160 350 75 <70 <30 2,627

ไขมันต่ำ

177 368 58 <70 <30 2,627

คาร์โบไฮเดรตต่ำ

192 280 89 <70 <30 2,627

โปรตีนสูง

225 297 67 <70 <30 2,627

เกิดข้อผิดพลาดกับการคำนวณของคุณ

สารบัญ

  1. สารอาหารหลัก (Macronutrients) คืออะไร?
    1. โปรตีน (Protein)
    2. ไขมัน (Fats)
    3. คาร์โบไฮเดรต (Carbohydrates)
  2. สารอาหารหลักในอาหารประจำวัน (ตารางมาโคร)
  3. ความต้องการแคลอรี่ต่อวัน (Daily Calorie Requirements)

เครื่องคำนวณมาโคร

สำหรับผู้ที่มีสุขภาพและสภาวะร่างกายปกติ เครื่องคำนวณนี้จะช่วยประเมินและแนะนำสัดส่วนของสารอาหารหลัก (Macronutrients) และปริมาณแคลอรี่ที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันได้อย่างแม่นยำ เพื่อให้คุณสามารถวางแผนโภชนาการได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สารอาหารหลัก (Macronutrients) คืออะไร?

สารอาหารหลัก หรือที่สายสุขภาพคุ้นเคยในชื่อ "มาโคร (Macros)" คือสารอาหารสำคัญที่ร่างกายมนุษย์ต้องการในปริมาณค่อนข้างมากในแต่ละวัน เพื่อนำไปสร้างพลังงานและรักษาระบบการทำงานของร่างกายให้เป็นปกติ สารอาหารหลักประกอบด้วย 3 ชนิด ได้แก่ คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน แม้ว่าร่างกายจะต้องการองค์ประกอบอื่นๆ เช่น น้ำ แร่ธาตุ และอิเล็กโทรไลต์ แต่เมื่อพูดถึง "การนับมาโคร" ในบริบทของการดูแลรูปร่างและโภชนาการ เราจะเน้นไปที่คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมันเป็นหลัก โปรแกรมคำนวณนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยคุณประเมินความต้องการสารอาหารทั้ง 3 ชนิดนี้ในแต่ละวัน

ในทางตรงกันข้าม สารอาหารรอง (Micronutrients) เช่น วิตามินเอ ทองแดง ธาตุเหล็ก และไอโอดีน คือสารอาหารที่ร่างกายต้องการในปริมาณที่น้อยกว่ามาก (โดยทั่วไปน้อยกว่า 100 มิลลิกรัมต่อวัน) แม้จะต้องการในปริมาณน้อย แต่สารอาหารรองเหล่านี้ก็มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการสนับสนุนระบบการทำงานต่างๆ ของร่างกาย

โปรตีน (Protein)

โปรตีนเป็นโมเลกุลที่ประกอบขึ้นจากกรดอะมิโน (Amino Acids) ซึ่งกรดอะมิโนเหล่านี้มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต และมีกรดอะมิโนบางชนิดที่ร่างกายไม่สามารถสังเคราะห์เองได้ ต้องได้รับจากการรับประทานอาหารเท่านั้น เราเรียกกลุ่มนี้ว่า "กรดอะมิโนจำเป็น (Essential Amino Acids)" ซึ่งมนุษย์สามารถรับได้จากการบริโภคอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน

โปรตีนถือเป็นองค์ประกอบสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งในอาหารของมนุษย์ แหล่งโปรตีนแบ่งออกเป็นหลายประเภท ได้แก่ โปรตีนจากสัตว์ (เนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากนม ฯลฯ) และโปรตีนจากพืช (ถั่วเหลือง พืชตระกูลถั่ว ถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดพืช ฯลฯ) ปัจจุบันยังมีผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เช่น เวย์โปรตีนหรือโปรตีนสกัดจากพืช ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อหรือลดน้ำหนัก ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการได้จัดแบ่งแหล่งโปรตีนออกเป็นกลุ่มที่ดีต่อสุขภาพและกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยง ดังนี้

แหล่งโปรตีนคุณภาพดี (Healthy Proteins) ได้แก่:

  • ถั่วตระกูลฝักและถั่วเมล็ดแห้ง
  • ปลา
  • เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน
  • ผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำ
  • ถั่วเปลือกแข็ง (Nuts)
  • เนื้อหมู (ส่วนไม่ติดมัน)
  • เนื้อสัตว์ปีก (ลอกหนังออก)
  • ถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง

แหล่งโปรตีนที่ควรจำกัด (Unhealthy Proteins) ได้แก่:

  • ชีสบางชนิดที่มีไขมันและโซเดียมสูง
  • เนื้อสัตว์ทอด
  • โยเกิร์ตที่เติมน้ำตาลสูง
  • เนื้อสัตว์แปรรูป (เนื้อในฟาสต์ฟู้ด ไส้กรอก เบคอน แฮม ฯลฯ)
  • โปรตีนบาร์ที่ผ่านการแปรรูปและมีน้ำตาลสูง

ไขมัน (Fats)

ไขมันเป็นโมเลกุลที่ประกอบด้วยอะตอมของคาร์บอนและไฮโดรเจนเป็นหลัก ตัวอย่างที่เราพบได้ทั่วไป ได้แก่ คอเลสเตอรอล ฟอสโฟลิพิด และไตรกลีเซอไรด์ แม้หลายคนมักจะมองว่าไขมันเป็น "ผู้ร้าย" ทำลายสุขภาพและทำให้อ้วน แต่ในความเป็นจริง ไขมันมีหน้าที่สำคัญในการสร้างโครงสร้างเซลล์และระบบเผาผลาญ ซึ่งถือเป็นสารอาหารที่จำเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ ไขมันยังเป็นแหล่งกักเก็บพลังงานที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดเนื่องจากมีความหนาแน่นของพลังงานสูง

เมื่อพูดถึงไขมันในอาหาร เรามักจะได้ยินชื่อ กรดไขมันอิ่มตัว กรดไขมันไม่อิ่มตัว ไขมันทรานส์ กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน และกรดไขมันโอเมก้า 3 วงการแพทย์ยอมรับอย่างกว้างขวางว่า "ไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์" คือ "ไขมันเลว" ที่ควรหลีกเลี่ยง ในขณะที่ "กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน และโอเมก้า 3" จัดเป็น "ไขมันดี" ที่ส่งผลบวกต่อสุขภาพ

ตามแนวทางการบริโภคอาหารสำหรับชาวอเมริกัน แนะนำให้งดการบริโภคไขมันทรานส์อย่างเด็ดขาด และจำกัดการบริโภคไขมันอิ่มตัวให้น้อยกว่า 10% ของปริมาณแคลอรี่ทั้งหมดต่อวัน พร้อมทั้งแนะนำให้เปลี่ยนมารับประทานไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยวและไม่อิ่มตัวเชิงซ้อนแทน

คาร์โบไฮเดรต (Carbohydrates)

คาร์โบไฮเดรต หรือที่สายฟิตเนสเรียกสั้นๆ ว่า "คาร์บ (Carbs)" เป็นสารประกอบที่จัดอยู่ในกลุ่มน้ำตาล ใยอาหาร หรือแป้ง โดย "น้ำตาล" ถือเป็นคาร์โบไฮเดรตในรูปแบบที่เรียบง่ายที่สุด ส่วน "แป้งและใยอาหาร" จะมีโครงสร้างที่ซับซ้อนกว่า ในทางวิทยาศาสตร์ คาร์โบไฮเดรตมักถูกจำแนกตามจำนวนโมเลกุลน้ำตาล (Saccharide) ได้แก่ โมโนแซ็กคาไรด์ ไดแซ็กคาไรด์ โอลิโกแซ็กคาไรด์ และพอลิแซ็กคาไรด์

โมโนแซ็กคาไรด์และไดแซ็กคาไรด์ จัดเป็น คาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว (Simple Carbs) ในขณะที่ โอลิโกแซ็กคาไรด์และพอลิแซ็กคาไรด์ จัดเป็น คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (Complex Carbs)

กลูโคสคือโมโนแซ็กคาไรด์ที่เป็นแหล่งพลังงานหลักที่จำเป็นสำหรับมนุษย์และสัตว์ อย่างไรก็ตาม ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถย่อยสลายพอลิแซ็กคาไรด์บางชนิด เช่น เซลลูโลส ได้ แต่พอลิแซ็กคาไรด์เหล่านี้กลับทำหน้าที่เป็น "ใยอาหาร (Fiber)" ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบขับถ่ายและการย่อยอาหาร

การรับประทานคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยวมากเกินไป (ซึ่งมักพบในขนมหวาน น้ำหวาน และอาหารแปรรูป) อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพและทำให้เกิดภาวะอ้วนได้ ในทางกลับกัน ร่างกายควรได้รับคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน (เช่น จากผัก ผลไม้ไม่หวานจัด ธัญพืชเต็มเมล็ด และพืชตระกูลถั่ว) โดยเฉพาะคาร์บที่อุดมไปด้วยใยอาหาร ซึ่งเป็นสารอาหารที่ร่างกายขาดไม่ได้

สารอาหารหลักในอาหารประจำวัน (ตารางมาโคร)

ผลิตภัณฑ์อาหาร ปริมาณต่อ 1 หน่วยบริโภค โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน
โปรตีน
เนื้อไก่ ปรุงสุก 2 ออนซ์ 16 ก. 0 ก. 1.84 ก.
เนื้อหมู ปรุงสุก 2 ออนซ์ 15.82 ก. 0 ก. 8.26 ก.
กุ้ง ปรุงสุก 2 ออนซ์ 15.45 ก. 0.69 ก. 1.32 ก.
เนื้อวัวทั่วไป ปรุงสุก 2 ออนซ์ 14.2 ก. 0 ก. 10.4 ก.
ปลาดุก ปรุงสุก 2 ออนซ์ 9.96 ก. 4.84 ก. 8.24 ก.
ไข่ไก่ 1 ฟอง (ใหญ่) 6.29 ก. 0.38 ก. 4.97 ก.
เต้าหู้ 4 ออนซ์ 7.82 ก. 2.72 ก. 3.06 ก.
ผัก
หน่อไม้ฝรั่ง 1 ถ้วย 2.95 ก. 5.2 ก. 0.16 ก.
บรอกโคลี 1 ถ้วย 2.57 ก. 6.04 ก. 0.34 ก.
มะเขือเทศ 1 ถ้วย 1.58 ก. 7.06 ก. 0.36 ก.
แครอท 1 ถ้วย 1.19 ก. 12.26 ก. 0.31 ก.
มะเขือม่วง 1 ถ้วย 0.98 ก. 5.88 ก. 0.18 ก.
แตงกวา 4 ออนซ์ 0.67 ก. 2.45 ก. 0.18 ก.
ผักกาดหอม 1 ถ้วย 0.5 ก. 1.63 ก. 0.08 ก.
ผลไม้
กล้วย 1 ลูก (6 ออนซ์) 1.85 ก. 38.85 ก. 0.56 ก.
องุ่น 1 ถ้วย 1.15 ก. 28.96 ก. 0.26 ก.
ลูกพีช 1 ลูก (6 ออนซ์) 1.2 ก. 12.59 ก. 0.33 ก.
สตรอว์เบอร์รี 1 ถ้วย 1.11 ก. 12.75 ก. 0.5 ก.
แตงโม 1 ถ้วย 0.93 ก. 11.48 ก. 0.23 ก.
สับปะรด 1 ถ้วย 0.84 ก. 19.58 ก. 0.19 ก.
ส้ม 1 ลูก (4 ออนซ์) 0.79 ก. 11.79 ก. 0.23 ก.
ลูกแพร์ 1 ลูก (5 ออนซ์) 0.54 ก. 21.91 ก. 0.17 ก.
แอปเปิล 1 ลูก (4 ออนซ์) 0.27 ก. 14.36 ก. 0.18 ก.
มื้ออาหาร/ของว่าง
แซนด์วิช 1 ชิ้น (แซนด์วิชไก่งวง 6 นิ้ว) 18 ก. 46 ก. 3.5 ก.
ซีซาร์สลัด 3 ถ้วย 16.3 ก. 21.12 ก. 45.91 ก.
ชีสเบอร์เกอร์ 1 ชิ้น 14.77 ก. 31.75 ก. 15.15 ก.
แฮมเบอร์เกอร์ 1 ชิ้น 14.61 ก. 26.81 ก. 10.97 ก.
พิซซ่า 1 ชิ้น (จากถาด 14 นิ้ว) 13.32 ก. 33.98 ก. 12.13 ก.
มันฝรั่ง 6 ออนซ์ 4.47 ก. 36.47 ก. 0.22 ก.
ข้าวโพด 1 ถ้วย 4.3 ก. 30.49 ก. 1.64 ก.
ข้าวสวย 1 ถ้วย (หุงสุก) 4.2 ก. 44.08 ก. 0.44 ก.
ขนมปังขาว 1 แผ่น (1 ออนซ์) 1.91 ก. 12.65 ก. 0.82 ก.
ดาร์กช็อกโกแลต 1 ออนซ์ 1.57 ก. 16.84 ก. 9.19 ก.
เนย 1 ช้อนโต๊ะ 0.12 ก. 0.01 ก. 11.52 ก.
เครื่องดื่ม/ผลิตภัณฑ์นม
โยเกิร์ต (ปราศจากไขมัน) 1 ถ้วย 13.01 ก. 17.43 ก. 0.41 ก.
โยเกิร์ต (ไขมันต่ำ) 1 ถ้วย 12.86 ก. 17.25 ก. 3.8 ก.
นมวัว (ไขมัน 1%) 1 ถ้วย 8.22 ก. 12.18 ก. 2.37 ก.
นมวัว (ไขมัน 2%) 1 ถ้วย 8.05 ก. 11.42 ก. 4.81 ก.
นมวัว (สูตรปกติ/Whole Milk) 1 ถ้วย 7.86 ก. 11.03 ก. 7.93 ก.
เบียร์ 1 กระป๋อง 1.64 ก. 12.64 ก. 0 ก.
น้ำส้ม 1 ถ้วย 1.74 ก. 25.79 ก. 0.5 ก.
แอปเปิลไซเดอร์ 1 ถ้วย 0.15 ก. 28.97 ก. 0.27 ก.
โคคา-โคล่า คลาสสิก 1 กระป๋อง 0 ก. 39 ก. 0 ก.
ไดเอทโค้ก 1 กระป๋อง 0 ก. 0 ก. 0 ก.

ความต้องการแคลอรี่ต่อวัน (Daily Calorie Requirements)

จำนวนแคลอรี่ที่แต่ละคนควรได้รับในแต่ละวันนั้นแตกต่างกัน โดยคำนวณจากปัจจัยหลัก ได้แก่ ส่วนสูง น้ำหนัก อายุ ระดับกิจกรรมการออกกำลังกาย และเป้าหมายส่วนบุคคลว่าต้องการ รักษาน้ำหนัก ลดน้ำหนัก หรือเพิ่มกล้ามเนื้อ

เครื่องคำนวณนี้จะประมวลผลลัพธ์โดยใช้สมการมาตรฐาน 2 รูปแบบ เพื่อหา อัตราการเผาผลาญพลังงานพื้นฐาน (BMR) หรือพลังงานขั้นต่ำสุดที่ร่างกายต้องใช้ในแต่ละวันขณะพักผ่อน (RDEE)

  1. สมการ Mifflin-St. Jeor (มิฟฟลิน-เซนต์ จีออร์): เป็นสูตรคำนวณ BMR ที่ได้รับความนิยมและแม่นยำสูง โดยประเมินจากพารามิเตอร์ทางกายภาพ เช่น น้ำหนัก ส่วนสูง และอายุ
  2. สมการ Katch-McArdle (แคทช์-แมคอาร์เดิล): เป็นสูตรคำนวณ RDEE ที่เจาะจงมากขึ้น โดยนำ มวลกล้ามเนื้อไร้ไขมัน (Lean Body Mass) มาเป็นตัวแปรหลัก สมการนี้จึงมีความแม่นยำสูงมากสำหรับผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ ผู้ที่มีรูปร่างสมส่วน หรือผู้ที่ทราบเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกาย (Body Fat Percentage) ของตนเองอย่างแน่ชัด

เมื่อคำนวณค่า BMR หรือ RDEE ได้แล้ว โปรแกรมจะนำค่าดังกล่าวไปคูณกับระดับกิจกรรม (Activity Multiplier) เพื่อประเมินค่า TDEE (Total Daily Energy Expenditure) หรือปริมาณแคลอรี่รวมที่คุณต้องการใช้ในแต่ละวัน

โดยทั่วไป ผู้ใหญ่มักต้องการพลังงานเฉลี่ยระหว่าง 1,600 ถึง 3,000 แคลอรี่ต่อวัน ผู้ชายมักมีความต้องการเผาผลาญที่สูงกว่า (ประมาณ 2,000–3,000 แคลอรี่) เมื่อเทียบกับผู้หญิง (ประมาณ 1,600–2,400 แคลอรี่) และยิ่งคุณทำกิจกรรมหรือออกกำลังกายหนักขึ้น ร่างกายก็ยิ่งต้องการแคลอรี่มากขึ้นตามไปด้วย

เนื่องจาก คาร์โบไฮเดรต โปรตีน และไขมัน คือแหล่งพลังงานหลักที่ประกอบขึ้นเป็นแคลอรี่ทั้งหมด การกำหนดสัดส่วนมาโครในแต่ละวันของคุณ จึงต้องเริ่มต้นจากการรู้ "ความต้องการแคลอรี่รวมต่อวัน" เสียก่อน

หมายเหตุ: ผลลัพธ์จากโปรแกรมคำนวณนี้เป็นการประเมินที่อ้างอิงตามมาตรฐานและแนวทางปฏิบัติทางโภชนาการจากองค์กรชั้นนำระดับโลก อาทิ American Dietetic Association (ADA), Centers for Disease Control and Prevention (CDC) และ World Health Organization (WHO)