เครื่องคำนวณโปรตีน

เครื่องคำนวณโปรตีนฟรี ช่วยคุณประเมินปริมาณโปรตีนที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันอย่างแม่นยำ เพื่อเป้าหมายการสร้างกล้ามเนื้อ ลดน้ำหนัก และดูแลสุขภาพให้แข็งแรง

ตัวเลือก

สมาคมโภชนาการอเมริกัน (ADA) อย่างน้อย 80 - 144 กรัม/วัน
ศูนย์การควบคุมและป้องกันโรค (CDC) 64 - 224 กรัม/วัน (10-35% ของการบริโภคแคลอรี่ต่อวัน)
ขีดจำกัดต่ำสุดที่ปลอดภัยขององค์การอนามัยโลก 67 กรัม/วัน

เกิดข้อผิดพลาดกับการคำนวณของคุณ

สารบัญ

  1. โปรตีนคืออะไร?
  2. ฉันควรได้รับโปรตีนวันละเท่าไหร่?
  3. ปริมาณโปรตีนที่แนะนำต่อวัน (RDA) แบ่งตามช่วงอายุ
  4. ความต้องการโปรตีนสำหรับสตรีมีครรภ์และคุณแม่ให้นมบุตร
  5. แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน
  6. ปริมาณโปรตีนในอาหารทั่วไป

เครื่องคำนวณโปรตีน

เครื่องคำนวณโปรตีน ช่วยประเมินปริมาณโปรตีนที่ร่างกายผู้ใหญ่ต้องการในแต่ละวันเพื่อรักษาสุขภาพให้แข็งแรง สำหรับกลุ่มวัยเด็ก ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ สตรีมีครรภ์ และคุณแม่ให้นมบุตร มักมีความต้องการโปรตีนที่สูงกว่าปกติ นอกจากนี้ คุณยังสามารถใช้เครื่องมือนี้เพื่อติดตามปริมาณโปรตีนในแต่ละวัน สำหรับผู้ที่มีภาวะโรคไต โรคตับ โรคเบาหวาน หรือปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่จำเป็นต้องควบคุมการบริโภคโปรตีนอย่างใกล้ชิด

โปรตีนคืออะไร?

โปรตีน (Protein) เป็นหนึ่งในสามของสารอาหารหลัก (Macronutrients) ที่ให้พลังงานแก่ร่างกายมนุษย์ ควบคู่ไปกับคาร์โบไฮเดรตและไขมัน โปรตีนมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำงานของเซลล์ต่าง ๆ เป็นสารอาหารที่ขาดไม่ได้ในการสร้าง ซ่อมแซม และบำรุงรักษาเนื้อเยื่อ อวัยวะ รวมถึงระบบกลไกต่าง ๆ ของร่างกาย

หน่วยย่อยของโปรตีนเรียกว่า กรดอะมิโน (Amino Acids) ซึ่งเปรียบเสมือนก้อนอิฐที่ใช้สร้างเซลล์และเนื้อเยื่อต่าง ๆ กรดอะมิโนมีทั้งหมด 20 ชนิดที่สามารถรวมตัวกันเป็นโปรตีน โดยลำดับการเรียงตัวของกรดอะมิโนเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดโครงสร้างและหน้าที่ของโปรตีนแต่ละชนิด

ร่างกายมนุษย์สามารถสังเคราะห์กรดอะมิโนบางชนิดขึ้นเองได้ แต่มี กรดอะมิโนจำเป็น 9 ชนิด ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ และต้องได้รับจากการรับประทานอาหารเท่านั้น การขาดกรดอะมิโนจำเป็นเหล่านี้อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างรุนแรงและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต แหล่งอาหารที่จัดว่าเป็น "โปรตีนสมบูรณ์ (Complete Protein)" จะให้กรดอะมิโนจำเป็นครบทั้ง 9 ชนิด ซึ่งมีความสำคัญต่อการมีโภชนาการที่สมดุล แหล่งโปรตีนคุณภาพดีเหล่านี้พบได้ทั้งในอาหารจากสัตว์ (เช่น เนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากนม ไข่ และปลา) และโปรตีนจากพืชบางชนิด (เช่น ถั่วเหลือง ควินัว และบัควีท)

ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและการแพทย์ได้จำแนกบทบาทที่สำคัญของโปรตีนในร่างกายไว้ดังนี้:

  • เอนไซม์ (Enzymes): โปรตีนที่ช่วยสร้างโมเลกุลใหม่และเร่งปฏิกิริยาทางเคมีนับไม่ถ้วนที่เกิดขึ้นทั่วร่างกาย
  • แอนติบอดี (Antibodies): โปรตีนในระบบภูมิคุ้มกันที่ทำหน้าที่จับกับสิ่งแปลกปลอม เช่น ไวรัส และแบคทีเรีย เพื่อปกป้องร่างกายจากโรคภัย
  • โปรตีนโครงสร้าง (Structural Proteins): โปรตีนที่ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของเซลล์ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงและทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้
  • โปรตีนขนส่งและกักเก็บ (Transport/Storage Proteins): โปรตีนที่ทำหน้าที่ลำเลียงสารอาหารและสารเคมีต่าง ๆ ไปทั่วร่างกาย
  • โปรตีนส่งสัญญาณ (Messengers): โปรตีนที่ทำหน้าที่เป็นฮอร์โมน ถ่ายทอดการสื่อสารระหว่างเซลล์เพื่อรักษาสมดุลในกระบวนการต่าง ๆ ของร่างกาย

จะเห็นได้ว่าโปรตีนมีบทบาทสำคัญมากมายและครอบคลุมทุกระบบในร่างกาย ดังนั้น การรับประทานอาหารที่ให้โปรตีนเพียงพอต่อวันจึงเป็นเรื่องที่ไม่อาจละเลยได้ เพื่อรักษาสมดุลและระดับโปรตีนในร่างกายให้มีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

ฉันควรได้รับโปรตีนวันละเท่าไหร่?

ปริมาณโปรตีนที่ร่างกายแต่ละคนต้องการในแต่ละวันนั้นแตกต่างกัน โดยขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ปริมาณแคลอรี่รวมที่ร่างกายเผาผลาญ พัฒนาการตามวัย และพฤติกรรมการออกกำลังกาย โดยปกติแล้วมักจะประเมินจากน้ำหนักตัว สัดส่วนของพลังงานที่ได้รับ (ประมาณ 10-35% ของแคลอรี่รวม) หรือประเมินตามช่วงอายุ

ปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคประจำวัน (RDA) สำหรับโปรตีนขั้นต่ำอยู่ที่ 0.8 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ซึ่งเป็นปริมาณพื้นฐานที่เพียงพอต่อการตอบสนองความต้องการทางโภชนาการเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม ความต้องการที่แท้จริงอาจอยู่ระหว่าง 0.8 กรัม ถึง 1.8 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับปัจจัยการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคลตามที่ได้กล่าวไป

สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ นักกีฬา หรือผู้ที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อ ร่างกายจะมีความต้องการโปรตีนที่สูงขึ้น แหล่งข้อมูลด้านโภชนาการการกีฬาหลายแห่งแนะนำให้บริโภคโปรตีนในระดับ 1.8 กรัม ถึง 2 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม สำหรับผู้ที่มีกิจกรรมทางกายสูง

เนื่องจากในทางวิทยาศาสตร์ยังไม่มีตัวเลขปริมาณโปรตีนที่ตายตัวและเหมาะสมกับทุกคนแบบครอบจักรวาล การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เช่น นักกำหนดอาหาร แพทย์ หรือผู้ฝึกสอนส่วนบุคคล (Personal Trainer) เพื่อประเมินความต้องการโปรตีนเฉพาะบุคคล จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

ปริมาณโปรตีนที่แนะนำต่อวัน (RDA) แบ่งตามช่วงอายุ

อายุและเพศ ปริมาณโปรตีนที่แนะนำ (กรัม/วัน)
อายุ 1 - 3 ปี 13
อายุ 4 - 8 ปี 19
อายุ 9 - 13 ปี 34
อายุ 14 - 18 ปี (หญิง) 46
อายุ 14 - 18 ปี (ชาย) 52
อายุ 19 - 70+ ปี (หญิง) 46
อายุ 19 - 70+ ปี (ชาย) 56

ความต้องการโปรตีนสำหรับสตรีมีครรภ์และคุณแม่ให้นมบุตร

ระยะเวลา ปริมาณที่แนะนำเพื่อความปลอดภัย (กรัม/วัน) ความต้องการพลังงานเพิ่มเติม (กิโลจูล/วัน)
ตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 1 71 375
ตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 2 71 1,200
ตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 3 71 1,950
ให้นมบุตร (6 เดือนแรก) 61 2,800
ให้นมบุตร (หลัง 6 เดือน) 58 1,925

"ความต้องการพลังงานเพิ่มเติม" หมายถึง ปริมาณพลังงานส่วนเกินที่สตรีมีครรภ์หรือคุณแม่ให้นมบุตรจำเป็นต้องได้รับ นอกเหนือจากปริมาณแคลอรี่ตามปกติ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาและความต้องการของร่างกายที่เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว

ในระหว่างการตั้งครรภ์ ร่างกายของคุณแม่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายที่ต้องใช้พลังงานสูงมาก ซึ่งรวมถึงพลังงานที่ใช้ในการหล่อเลี้ยงการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ การสร้างรก และโครงสร้างต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการทำงานที่หนักขึ้นของระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายมารดา ปริมาณกิโลจูล (kJ) ที่เพิ่มขึ้นต่อวันนั้น มีไว้เพื่อชดเชยการเผาผลาญพลังงานที่สูงขึ้นนี้ โดย "กิโลจูล" เป็นหน่วยวัดพลังงานที่มักใช้แทนที่ "แคลอรี่" ได้ (1 แคลอรี่ มีค่าเท่ากับประมาณ 4.184 กิโลจูล)

สำหรับระยะให้นมบุตร ร่างกายจำเป็นต้องใช้พลังงานพิเศษเพื่อกระบวนการสังเคราะห์น้ำนมแม่ การผลิตน้ำนมเป็นกระบวนการที่ใช้พลังงานสูงมาก คุณแม่จึงต้องได้รับแคลอรี่เพิ่มเติมเพื่อให้แน่ใจว่าร่างกายมีพลังงานเพียงพอ ทั้งสำหรับการผลิตน้ำนมให้ลูกน้อยและการฟื้นฟูสุขภาพของตัวคุณแม่เอง

โดยสรุปแล้ว "ความต้องการพลังงานเพิ่มเติม" ในบริบทของการตั้งครรภ์และการให้นมบุตร คือปริมาณพลังงานเสริมที่คุณแม่ควรได้รับ เพื่อรักษาสุขภาพของตนเองและส่งเสริมพัฒนาการที่สมบูรณ์ของทารก ซึ่งมักคำนวณจากค่าเฉลี่ยพลังงานที่ใช้ในการตั้งครรภ์และการสร้างน้ำนม จากนั้นจึงนำมาแปลงเป็นคำแนะนำปริมาณสารอาหารที่ควรได้รับเพิ่มในแต่ละวัน

แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน

คุณสามารถบรรลุเป้าหมายการบริโภคโปรตีนในแต่ละวันได้อย่างง่ายดาย โดยการรับประทานอาหารที่หลากหลาย แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะได้รับโปรตีนหลักจากเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากนม แต่ปัจจุบัน โปรตีนจากพืช (Plant-based Protein) ก็เป็นทางเลือกที่มีให้เลือกมากมายและให้คุณค่าทางโภชนาการสูงไม่แพ้กัน

เพื่อให้ร่างกายได้รับโปรตีนครบตามเกณฑ์ RDA และได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน แนะนำให้เลือกรับประทานเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากนม และพืชผักสลับสับเปลี่ยนกันไป การบริโภคเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากนมช่วยให้คุณได้รับโปรตีนถึงเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว แต่การรับประทานในปริมาณที่มากเกินพอดีก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นกัน นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดทางโภชนาการหรือทานมังสวิรัติ คุณก็ยังสามารถได้รับโปรตีนอย่างเพียงพอได้จากการเลือกทานอย่างถูกวิธี

โปรตีนสมบูรณ์ (Complete Protein) คือโปรตีนที่มีกรดอะมิโนจำเป็นครบทั้ง 9 ชนิดในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หากเป็นไปได้ ควรเลือกบริโภคแหล่งโปรตีนสมบูรณ์ให้หลากหลาย ตัวอย่างของอาหารที่จัดว่าเป็นแหล่งโปรตีนสมบูรณ์ ได้แก่:

ตัวอย่างโปรตีนจากเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากนม

  • อกไก่
  • คอทเทจชีส (Cottage Cheese)
  • ไข่ไก่
  • ปลา
  • กรีกโยเกิร์ต
  • เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน
  • นมวัว
  • กุ้ง
  • ปลาทูน่า
  • อกไก่งวง

ตัวอย่างโปรตีนจากพืช (มังสวิรัติ/วีแกน)

  • ถั่วและข้าว (เมื่อทานคู่กัน)
  • บัควีท
  • ถั่วแระญี่ปุ่น (Edamame)
  • เมล็ดกัญชงและเมล็ดเจีย
  • ฮัมมูสและขนมปังพิต้า
  • เนยถั่ว
  • ควินัว (Quinoa)
  • สาหร่ายสไปรูลิน่า
  • เทมเป้ (Tempeh)
  • เต้าหู้

แม้ว่าเนื้อสัตว์ สัตว์ปีก ปลา ไข่ และผลิตภัณฑ์จากนม จะเป็นแหล่งโปรตีนชั้นยอด แต่โปรตีนที่พบในถั่ว เมล็ดพืช พืชตระกูลถั่ว ธัญพืช และผัก มักถูกจัดอยู่ในกลุ่ม โปรตีนไม่สมบูรณ์ (Incomplete Protein) อย่างไรก็ตาม คำว่า "ไม่สมบูรณ์" ไม่ได้หมายความว่าไม่ดี เพราะอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารหลายชนิดเพื่อสุขภาพก็เป็นแหล่งโปรตีนที่ไม่สมบูรณ์เช่นกัน

ตราบใดที่คุณรับประทานโปรตีนไม่สมบูรณ์จากพืชในรูปแบบที่หลากหลาย ร่างกายก็จะสามารถนำกรดอะมิโนจากแหล่งต่าง ๆ มารวมกันจนครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการได้ ในกรณีนี้ คุณไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะต้องรับประทานเฉพาะ "โปรตีนสมบูรณ์" ในทุกมื้อเสมอไป ในทางกลับกัน การบริโภคเนื้อแดงที่มีไขมันสูงบางชนิด ซึ่งแม้จะเป็นโปรตีนสมบูรณ์ แต่หากทานมากเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้

ด้านล่างนี้คือตัวอย่างของอาหารเพื่อสุขภาพที่มีโปรตีนสูง แม้จะถูกจัดว่าเป็นโปรตีนไม่สมบูรณ์ก็ตาม:

  • อัลมอนด์
  • อะโวคาโด
  • บรอกโคลี
  • กะหล่ำดาว (Brussels Sprouts)
  • เมล็ดเจีย
  • ขนมปังเอเสเคียล (Ezekiel Bread)
  • ถั่วแขก / ถั่วลันเตา
  • เกรปฟรุต
  • ถั่วเลนทิล (Lentils)
  • เห็ด
  • ข้าวโอ๊ต
  • ถั่วลิสง
  • เมล็ดฟักทอง

คุณสามารถเลือกรับประทานอาหารที่หลากหลายเหล่านี้ผสมผสานกัน เพื่อให้ร่างกายได้รับโปรตีนครบตามเป้าหมาย RDA ของคุณ ตัวอย่างที่ยกมาข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของทางเลือกในการบริโภคโปรตีนที่ดีต่อสุขภาพเท่านั้น

ปริมาณโปรตีนในอาหารทั่วไป

ชนิดอาหาร ปริมาณโปรตีน (โดยประมาณ)
ถั่วต่าง ๆ (1 ถ้วย / 92 กรัม) 20 ก.
แฮมเบอร์เกอร์ (ขนาดกลาง) 20 ก.
อาหารทะเล (2 ออนซ์ / 56 กรัม) 16 ก.
ข้าวโพด (1 ถ้วย / 166 กรัม) 16 ก.
ถั่วเมล็ดแห้ง (1 ถ้วย / 92 กรัม) 16 ก.
เนื้อสัตว์ (1 ชิ้น / 2 ออนซ์ / 56 กรัม) 14 ก.
พิซซ่า (1 ชิ้น / 107 กรัม) 12 ก.
นมวัว (1 ถ้วย / 8 ออนซ์) 8 ก.
ขนมปัง (1 แผ่น / 64 กรัม) 8 ก.
ไข่ไก่ (ฟองใหญ่ 1 ฟอง / 50 กรัม) 6 ก.
ข้าวสวย (1 ถ้วย / 195 กรัม) 5 ก.
ผักและผลไม้ (1 ถ้วย) 0-1 ก.

ความสมดุลคือหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพที่ดี ตัวอย่างตารางข้างต้นประกอบไปด้วยแหล่งโปรตีนหลากหลายชนิด ซึ่งคุณควรเลือกบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมและพอดีกับความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน