
เครื่องคำนวณโปรตีน
เครื่องคำนวณโปรตีนฟรี ช่วยคุณประเมินปริมาณโปรตีนที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันอย่างแม่นยำ เพื่อเป้าหมายการสร้างกล้ามเนื้อ ลดน้ำหนัก และดูแลสุขภาพให้แข็งแรง
| สมาคมโภชนาการอเมริกัน (ADA) | อย่างน้อย 80 - 144 กรัม/วัน |
|---|---|
| ศูนย์การควบคุมและป้องกันโรค (CDC) | 64 - 224 กรัม/วัน (10-35% ของการบริโภคแคลอรี่ต่อวัน) |
| ขีดจำกัดต่ำสุดที่ปลอดภัยขององค์การอนามัยโลก | 67 กรัม/วัน |
เกิดข้อผิดพลาดกับการคำนวณของคุณ
อัปเดตล่าสุด: 3 มิถุนายน 2569
สารบัญ
- โปรตีนคืออะไร?
- ฉันควรได้รับโปรตีนวันละเท่าไหร่?
- ปริมาณโปรตีนที่แนะนำต่อวัน (RDA) แบ่งตามช่วงอายุ
- ความต้องการโปรตีนสำหรับสตรีมีครรภ์และคุณแม่ให้นมบุตร
- แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน
- ปริมาณโปรตีนในอาหารทั่วไป
เครื่องคำนวณโปรตีน ช่วยประเมินปริมาณโปรตีนที่ร่างกายผู้ใหญ่ต้องการในแต่ละวันเพื่อรักษาสุขภาพให้แข็งแรง สำหรับกลุ่มวัยเด็ก ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ สตรีมีครรภ์ และคุณแม่ให้นมบุตร มักมีความต้องการโปรตีนที่สูงกว่าปกติ นอกจากนี้ คุณยังสามารถใช้เครื่องมือนี้เพื่อติดตามปริมาณโปรตีนในแต่ละวัน สำหรับผู้ที่มีภาวะโรคไต โรคตับ โรคเบาหวาน หรือปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ที่จำเป็นต้องควบคุมการบริโภคโปรตีนอย่างใกล้ชิด
โปรตีนคืออะไร?
โปรตีน (Protein) เป็นหนึ่งในสามของสารอาหารหลัก (Macronutrients) ที่ให้พลังงานแก่ร่างกายมนุษย์ ควบคู่ไปกับคาร์โบไฮเดรตและไขมัน โปรตีนมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำงานของเซลล์ต่าง ๆ เป็นสารอาหารที่ขาดไม่ได้ในการสร้าง ซ่อมแซม และบำรุงรักษาเนื้อเยื่อ อวัยวะ รวมถึงระบบกลไกต่าง ๆ ของร่างกาย
หน่วยย่อยของโปรตีนเรียกว่า กรดอะมิโน (Amino Acids) ซึ่งเปรียบเสมือนก้อนอิฐที่ใช้สร้างเซลล์และเนื้อเยื่อต่าง ๆ กรดอะมิโนมีทั้งหมด 20 ชนิดที่สามารถรวมตัวกันเป็นโปรตีน โดยลำดับการเรียงตัวของกรดอะมิโนเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดโครงสร้างและหน้าที่ของโปรตีนแต่ละชนิด
ร่างกายมนุษย์สามารถสังเคราะห์กรดอะมิโนบางชนิดขึ้นเองได้ แต่มี กรดอะมิโนจำเป็น 9 ชนิด ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ และต้องได้รับจากการรับประทานอาหารเท่านั้น การขาดกรดอะมิโนจำเป็นเหล่านี้อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างรุนแรงและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต แหล่งอาหารที่จัดว่าเป็น "โปรตีนสมบูรณ์ (Complete Protein)" จะให้กรดอะมิโนจำเป็นครบทั้ง 9 ชนิด ซึ่งมีความสำคัญต่อการมีโภชนาการที่สมดุล แหล่งโปรตีนคุณภาพดีเหล่านี้พบได้ทั้งในอาหารจากสัตว์ (เช่น เนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากนม ไข่ และปลา) และโปรตีนจากพืชบางชนิด (เช่น ถั่วเหลือง ควินัว และบัควีท)
ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพและการแพทย์ได้จำแนกบทบาทที่สำคัญของโปรตีนในร่างกายไว้ดังนี้:
- เอนไซม์ (Enzymes): โปรตีนที่ช่วยสร้างโมเลกุลใหม่และเร่งปฏิกิริยาทางเคมีนับไม่ถ้วนที่เกิดขึ้นทั่วร่างกาย
- แอนติบอดี (Antibodies): โปรตีนในระบบภูมิคุ้มกันที่ทำหน้าที่จับกับสิ่งแปลกปลอม เช่น ไวรัส และแบคทีเรีย เพื่อปกป้องร่างกายจากโรคภัย
- โปรตีนโครงสร้าง (Structural Proteins): โปรตีนที่ทำหน้าที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของเซลล์ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงและทำให้ร่างกายเคลื่อนไหวได้
- โปรตีนขนส่งและกักเก็บ (Transport/Storage Proteins): โปรตีนที่ทำหน้าที่ลำเลียงสารอาหารและสารเคมีต่าง ๆ ไปทั่วร่างกาย
- โปรตีนส่งสัญญาณ (Messengers): โปรตีนที่ทำหน้าที่เป็นฮอร์โมน ถ่ายทอดการสื่อสารระหว่างเซลล์เพื่อรักษาสมดุลในกระบวนการต่าง ๆ ของร่างกาย
จะเห็นได้ว่าโปรตีนมีบทบาทสำคัญมากมายและครอบคลุมทุกระบบในร่างกาย ดังนั้น การรับประทานอาหารที่ให้โปรตีนเพียงพอต่อวันจึงเป็นเรื่องที่ไม่อาจละเลยได้ เพื่อรักษาสมดุลและระดับโปรตีนในร่างกายให้มีสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน
ฉันควรได้รับโปรตีนวันละเท่าไหร่?
ปริมาณโปรตีนที่ร่างกายแต่ละคนต้องการในแต่ละวันนั้นแตกต่างกัน โดยขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ปริมาณแคลอรี่รวมที่ร่างกายเผาผลาญ พัฒนาการตามวัย และพฤติกรรมการออกกำลังกาย โดยปกติแล้วมักจะประเมินจากน้ำหนักตัว สัดส่วนของพลังงานที่ได้รับ (ประมาณ 10-35% ของแคลอรี่รวม) หรือประเมินตามช่วงอายุ
ปริมาณสารอาหารที่แนะนำให้บริโภคประจำวัน (RDA) สำหรับโปรตีนขั้นต่ำอยู่ที่ 0.8 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ซึ่งเป็นปริมาณพื้นฐานที่เพียงพอต่อการตอบสนองความต้องการทางโภชนาการเบื้องต้น อย่างไรก็ตาม ความต้องการที่แท้จริงอาจอยู่ระหว่าง 0.8 กรัม ถึง 1.8 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับปัจจัยการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคลตามที่ได้กล่าวไป
สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ นักกีฬา หรือผู้ที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อ ร่างกายจะมีความต้องการโปรตีนที่สูงขึ้น แหล่งข้อมูลด้านโภชนาการการกีฬาหลายแห่งแนะนำให้บริโภคโปรตีนในระดับ 1.8 กรัม ถึง 2 กรัม ต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม สำหรับผู้ที่มีกิจกรรมทางกายสูง
เนื่องจากในทางวิทยาศาสตร์ยังไม่มีตัวเลขปริมาณโปรตีนที่ตายตัวและเหมาะสมกับทุกคนแบบครอบจักรวาล การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เช่น นักกำหนดอาหาร แพทย์ หรือผู้ฝึกสอนส่วนบุคคล (Personal Trainer) เพื่อประเมินความต้องการโปรตีนเฉพาะบุคคล จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
ปริมาณโปรตีนที่แนะนำต่อวัน (RDA) แบ่งตามช่วงอายุ
| อายุและเพศ | ปริมาณโปรตีนที่แนะนำ (กรัม/วัน) |
|---|---|
| อายุ 1 - 3 ปี | 13 |
| อายุ 4 - 8 ปี | 19 |
| อายุ 9 - 13 ปี | 34 |
| อายุ 14 - 18 ปี (หญิง) | 46 |
| อายุ 14 - 18 ปี (ชาย) | 52 |
| อายุ 19 - 70+ ปี (หญิง) | 46 |
| อายุ 19 - 70+ ปี (ชาย) | 56 |
ความต้องการโปรตีนสำหรับสตรีมีครรภ์และคุณแม่ให้นมบุตร
| ระยะเวลา | ปริมาณที่แนะนำเพื่อความปลอดภัย (กรัม/วัน) | ความต้องการพลังงานเพิ่มเติม (กิโลจูล/วัน) |
|---|---|---|
| ตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 1 | 71 | 375 |
| ตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 2 | 71 | 1,200 |
| ตั้งครรภ์ไตรมาสที่ 3 | 71 | 1,950 |
| ให้นมบุตร (6 เดือนแรก) | 61 | 2,800 |
| ให้นมบุตร (หลัง 6 เดือน) | 58 | 1,925 |
"ความต้องการพลังงานเพิ่มเติม" หมายถึง ปริมาณพลังงานส่วนเกินที่สตรีมีครรภ์หรือคุณแม่ให้นมบุตรจำเป็นต้องได้รับ นอกเหนือจากปริมาณแคลอรี่ตามปกติ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาและความต้องการของร่างกายที่เพิ่มขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว
ในระหว่างการตั้งครรภ์ ร่างกายของคุณแม่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายที่ต้องใช้พลังงานสูงมาก ซึ่งรวมถึงพลังงานที่ใช้ในการหล่อเลี้ยงการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ การสร้างรก และโครงสร้างต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการทำงานที่หนักขึ้นของระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายมารดา ปริมาณกิโลจูล (kJ) ที่เพิ่มขึ้นต่อวันนั้น มีไว้เพื่อชดเชยการเผาผลาญพลังงานที่สูงขึ้นนี้ โดย "กิโลจูล" เป็นหน่วยวัดพลังงานที่มักใช้แทนที่ "แคลอรี่" ได้ (1 แคลอรี่ มีค่าเท่ากับประมาณ 4.184 กิโลจูล)
สำหรับระยะให้นมบุตร ร่างกายจำเป็นต้องใช้พลังงานพิเศษเพื่อกระบวนการสังเคราะห์น้ำนมแม่ การผลิตน้ำนมเป็นกระบวนการที่ใช้พลังงานสูงมาก คุณแม่จึงต้องได้รับแคลอรี่เพิ่มเติมเพื่อให้แน่ใจว่าร่างกายมีพลังงานเพียงพอ ทั้งสำหรับการผลิตน้ำนมให้ลูกน้อยและการฟื้นฟูสุขภาพของตัวคุณแม่เอง
โดยสรุปแล้ว "ความต้องการพลังงานเพิ่มเติม" ในบริบทของการตั้งครรภ์และการให้นมบุตร คือปริมาณพลังงานเสริมที่คุณแม่ควรได้รับ เพื่อรักษาสุขภาพของตนเองและส่งเสริมพัฒนาการที่สมบูรณ์ของทารก ซึ่งมักคำนวณจากค่าเฉลี่ยพลังงานที่ใช้ในการตั้งครรภ์และการสร้างน้ำนม จากนั้นจึงนำมาแปลงเป็นคำแนะนำปริมาณสารอาหารที่ควรได้รับเพิ่มในแต่ละวัน
แหล่งอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน
คุณสามารถบรรลุเป้าหมายการบริโภคโปรตีนในแต่ละวันได้อย่างง่ายดาย โดยการรับประทานอาหารที่หลากหลาย แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะได้รับโปรตีนหลักจากเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากนม แต่ปัจจุบัน โปรตีนจากพืช (Plant-based Protein) ก็เป็นทางเลือกที่มีให้เลือกมากมายและให้คุณค่าทางโภชนาการสูงไม่แพ้กัน
เพื่อให้ร่างกายได้รับโปรตีนครบตามเกณฑ์ RDA และได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน แนะนำให้เลือกรับประทานเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากนม และพืชผักสลับสับเปลี่ยนกันไป การบริโภคเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากนมช่วยให้คุณได้รับโปรตีนถึงเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว แต่การรับประทานในปริมาณที่มากเกินพอดีก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้เช่นกัน นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดทางโภชนาการหรือทานมังสวิรัติ คุณก็ยังสามารถได้รับโปรตีนอย่างเพียงพอได้จากการเลือกทานอย่างถูกวิธี
โปรตีนสมบูรณ์ (Complete Protein) คือโปรตีนที่มีกรดอะมิโนจำเป็นครบทั้ง 9 ชนิดในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย หากเป็นไปได้ ควรเลือกบริโภคแหล่งโปรตีนสมบูรณ์ให้หลากหลาย ตัวอย่างของอาหารที่จัดว่าเป็นแหล่งโปรตีนสมบูรณ์ ได้แก่:
ตัวอย่างโปรตีนจากเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากนม
- อกไก่
- คอทเทจชีส (Cottage Cheese)
- ไข่ไก่
- ปลา
- กรีกโยเกิร์ต
- เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน
- นมวัว
- กุ้ง
- ปลาทูน่า
- อกไก่งวง
ตัวอย่างโปรตีนจากพืช (มังสวิรัติ/วีแกน)
- ถั่วและข้าว (เมื่อทานคู่กัน)
- บัควีท
- ถั่วแระญี่ปุ่น (Edamame)
- เมล็ดกัญชงและเมล็ดเจีย
- ฮัมมูสและขนมปังพิต้า
- เนยถั่ว
- ควินัว (Quinoa)
- สาหร่ายสไปรูลิน่า
- เทมเป้ (Tempeh)
- เต้าหู้
แม้ว่าเนื้อสัตว์ สัตว์ปีก ปลา ไข่ และผลิตภัณฑ์จากนม จะเป็นแหล่งโปรตีนชั้นยอด แต่โปรตีนที่พบในถั่ว เมล็ดพืช พืชตระกูลถั่ว ธัญพืช และผัก มักถูกจัดอยู่ในกลุ่ม โปรตีนไม่สมบูรณ์ (Incomplete Protein) อย่างไรก็ตาม คำว่า "ไม่สมบูรณ์" ไม่ได้หมายความว่าไม่ดี เพราะอาหารที่อุดมไปด้วยสารอาหารหลายชนิดเพื่อสุขภาพก็เป็นแหล่งโปรตีนที่ไม่สมบูรณ์เช่นกัน
ตราบใดที่คุณรับประทานโปรตีนไม่สมบูรณ์จากพืชในรูปแบบที่หลากหลาย ร่างกายก็จะสามารถนำกรดอะมิโนจากแหล่งต่าง ๆ มารวมกันจนครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการได้ ในกรณีนี้ คุณไม่จำเป็นต้องกังวลว่าจะต้องรับประทานเฉพาะ "โปรตีนสมบูรณ์" ในทุกมื้อเสมอไป ในทางกลับกัน การบริโภคเนื้อแดงที่มีไขมันสูงบางชนิด ซึ่งแม้จะเป็นโปรตีนสมบูรณ์ แต่หากทานมากเกินไปก็อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้
ด้านล่างนี้คือตัวอย่างของอาหารเพื่อสุขภาพที่มีโปรตีนสูง แม้จะถูกจัดว่าเป็นโปรตีนไม่สมบูรณ์ก็ตาม:
- อัลมอนด์
- อะโวคาโด
- บรอกโคลี
- กะหล่ำดาว (Brussels Sprouts)
- เมล็ดเจีย
- ขนมปังเอเสเคียล (Ezekiel Bread)
- ถั่วแขก / ถั่วลันเตา
- เกรปฟรุต
- ถั่วเลนทิล (Lentils)
- เห็ด
- ข้าวโอ๊ต
- ถั่วลิสง
- เมล็ดฟักทอง
คุณสามารถเลือกรับประทานอาหารที่หลากหลายเหล่านี้ผสมผสานกัน เพื่อให้ร่างกายได้รับโปรตีนครบตามเป้าหมาย RDA ของคุณ ตัวอย่างที่ยกมาข้างต้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของทางเลือกในการบริโภคโปรตีนที่ดีต่อสุขภาพเท่านั้น
ปริมาณโปรตีนในอาหารทั่วไป
| ชนิดอาหาร | ปริมาณโปรตีน (โดยประมาณ) |
|---|---|
| ถั่วต่าง ๆ (1 ถ้วย / 92 กรัม) | 20 ก. |
| แฮมเบอร์เกอร์ (ขนาดกลาง) | 20 ก. |
| อาหารทะเล (2 ออนซ์ / 56 กรัม) | 16 ก. |
| ข้าวโพด (1 ถ้วย / 166 กรัม) | 16 ก. |
| ถั่วเมล็ดแห้ง (1 ถ้วย / 92 กรัม) | 16 ก. |
| เนื้อสัตว์ (1 ชิ้น / 2 ออนซ์ / 56 กรัม) | 14 ก. |
| พิซซ่า (1 ชิ้น / 107 กรัม) | 12 ก. |
| นมวัว (1 ถ้วย / 8 ออนซ์) | 8 ก. |
| ขนมปัง (1 แผ่น / 64 กรัม) | 8 ก. |
| ไข่ไก่ (ฟองใหญ่ 1 ฟอง / 50 กรัม) | 6 ก. |
| ข้าวสวย (1 ถ้วย / 195 กรัม) | 5 ก. |
| ผักและผลไม้ (1 ถ้วย) | 0-1 ก. |
ความสมดุลคือหัวใจสำคัญของการมีสุขภาพที่ดี ตัวอย่างตารางข้างต้นประกอบไปด้วยแหล่งโปรตีนหลากหลายชนิด ซึ่งคุณควรเลือกบริโภคในปริมาณที่เหมาะสมและพอดีกับความต้องการของร่างกายในแต่ละวัน


